แจก 10 สูตรชงชาไทย 22 ออนซ์ พร้อมต้นทุนสำหรับชงขาย

แจก 10 สูตรชงชาไทย 22 ออนซ์ พร้อมต้นทุน หอมเข้ม ชงขายได้!

ใครกำลังหา สูตรชงชาไทย 22 ออนซ์ ที่รสเข้ม หอมชา สีสวย และนำไปทดลองขายได้จริง บทความนี้รวม สูตรชาไทย 22 ออนซ์ ไว้ให้ถึง 10 เมนู มีทั้งชาไทยปั่น, ชาไทยผลไม้, ชาไทยใส่ขนมไทย และชาไทยท็อปครีมชีส เหมาะสำหรับเจ้าของร้านน้ำ ร้านกาแฟ คาเฟ่ ร้านชานมไข่มุก รวมถึงมือใหม่ที่ต้องการสูตรชาไทยชงขายแบบเข้าใจง่าย

Advertisements
รับผลิตชาไทย OEM เลือกสูตรชาไทยให้เหมาะกับร้านเครื่องดื่ม คาเฟ่ แฟรนไชส์ และแบรนด์ชาไทยของคุณ พร้อมแนะนำสูตรชงชาไทย 16 ออนซ์ และ 22 ออนซ์

สนใจอยากได้ราคาส่ง เริ่มต้น 6 กิโลกรัมขึ้นไป แอดไลน์ @bluemochacoffee

Table of contents (สารบัญ)

สิ่งสำคัญของการทำ ชาไทยแก้ว 22 ออนซ์ คือ น้ำชาต้องเข้มพอที่จะสู้กับนม น้ำแข็ง และท็อปปิ้ง หากสกัดชาอ่อนเกินไป รสชาติจะจางหลังดื่มไปเพียงครึ่งแก้ว แต่หากแช่ชานานเกินไป ชาก็อาจขมและฝาดได้เช่นกัน ดังนั้นสูตรที่ดีต้องควบคุมทั้งปริมาณใบชา ปริมาณน้ำ เวลาในการสกัด และส่วนผสมอื่นให้สมดุลกัน

ชานกฮูกแนะนำ

สูตรทั้งหมดเป็นสูตรตั้งต้นสำหรับแก้ว 22 ออนซ์ ควรทดลองกับใบชา นม น้ำแข็ง และเครื่องปั่นที่ร้านใช้จริงก่อนเปิดขาย เพราะวัตถุดิบแต่ละยี่ห้อให้ความหวานและความเข้มไม่เท่ากัน

สำหรับเมนูชาไทย 22 ออนซ์ ชานกฮูกแนะนำให้เริ่มทดลองด้วยใบชาไทยประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เพื่อให้รสชาติชาไม่ถูกน้ำแข็งและส่วนผสมอื่นกลบ เช่น

ประเภทเมนูปริมาณใบชาเริ่มต้นน้ำชาเข้มข้นที่ใช้
ชาไทยปั่น2 ช้อนโต๊ะ80–100 มล.
ชาไทยเย็น2 ช้อนโต๊ะ120–175 มล.
ชาไทยผลไม้2 ช้อนโต๊ะ90–120 มล.
ชาไทยใส่ครีมชีส2 ช้อนโต๊ะ140–175 มล.

**หมายเหตุ : ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะใบชาแต่ละสูตรมีความละเอียด กลิ่น และความเข้มต่างกัน ชาที่บดละเอียดอาจสกัดรสได้เร็วกว่าใบชาบดหยาบ จึงควรเริ่มจากสูตรแนะนำแล้วปรับครั้งละน้อย

ชานกฮูกแนะนำ

อย่าเพิ่มทั้งใบชาและเวลาแช่พร้อมกัน เพราะจะไม่รู้ว่าปัจจัยใดทำให้รสชาติดีขึ้นหรือแย่ลง ให้ปรับครั้งละอย่าง แล้วบันทึกผลไว้ทุกครั้ง

แม้ทั้ง 10 สูตรจะใช้ปริมาณน้ำชาไม่เท่ากัน แต่สามารถเริ่มจากวิธีสกัดพื้นฐานแบบเดียวกันได้

ส่วนผสม

  • ใบชาไทย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อนประมาณ 175–200 มิลลิลิตร
  • ถุงกรองชาหรืออุปกรณ์ชงชา
  • นาฬิกาจับเวลา
  • แก้วตวง

วิธีสกัด (ถุงกรองชา)

  1. ชั่งใบชาไทย 2 ช้อนโต๊ะ ใส่ถุงกรอง
  2. เติมน้ำร้อนประมาณ 175–200 มิลลิลิตร
  3. คนหรือกดใบชาให้สัมผัสน้ำอย่างทั่วถึง
  4. แช่ประมาณ 3–5 นาที
  5. ยกถุงกรองขึ้นแล้วกรองกากชาออก
  6. ตวงน้ำชาตามปริมาณที่แต่ละสูตรกำหนด

สูตรของเราหลายเมนูใช้เวลาแช่ประมาณ 3–5 นาที เป็นช่วงที่สี กลิ่น รสชาติดีที่สุด! เพราะการชงนานขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะได้รสชาติที่ดีกว่าเสมอไป

ชานกฮูกแนะนำ

  • ไม่ควรบีบถุงกรองแรง? เพราะการบีบถุงกรองแรงอาจทำให้ผงชาละเอียดและรสฝาดส่วนเกินไหลลงไปในน้ำชา หากต้องการน้ำชามากขึ้น ควรเพิ่มปริมาณน้ำตั้งแต่ตอนเริ่มสกัด แล้วบันทึกอัตราส่วนใหม่ไว้ใช้ครั้งต่อไป
  • ใช้เครื่องชงกาแฟสกัดชาไทยได้หรือไม่? สามารถใช้ได้ โดยเฉพาะใบชาที่บดมาเหมาะกับเครื่องชง แต่ไม่ควรกดใบชาแน่นเท่ากาแฟ เพราะน้ำอาจไหลผ่านยากเกินไป หลังสกัดควรตวงน้ำชาให้ได้ปริมาณเท่ากันทุกแก้ว เพื่อให้รสชาติคงที่ แม้จะเปลี่ยนคนชงก็ตาม

ชาไทยแก้ว 22 ออนซ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชาเย็นใส่นมเท่านั้น เจ้าของร้านสามารถใช้ชาไทยสกัดเข้มข้นเป็นเบส แล้วต่อยอดเป็นเมนูปั่น เมนูผลไม้ เมนูขนมไทย หรือเมนูท็อปปิ้งพรีเมียมได้อีกหลายรูปแบบ สูตรต่อไปนี้คัดมาให้ครอบคลุมลูกค้าหลายกลุ่ม ตั้งแต่ลูกค้าที่ชอบชาไทยเข้มข้น ลูกค้าที่ชอบเครื่องดื่มปั่น ไปจนถึงกลุ่มที่มองหาเมนูถ่ายรูปสวยและมีท็อปปิ้งให้เคี้ยว

ร้านไม่จำเป็นต้องนำไปขายครบทั้ง 10 เมนู ควรเลือกทดลองประมาณ 3–4 เมนูที่เหมาะกับอุปกรณ์ วัตถุดิบ และราคาขายของร้านก่อน แต่นอกจากสูตรชาไทย 10 เมนูแล้ว เรายังสูตรอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดและนำไปทำตามกันได้เลย!

ชาไทยปั่นแก้วยีราฟเป็นเมนูปริมาณจุใจ เหมาะกับช่วงอากาศร้อน ร้านรถเข็น งานอีเวนต์ และร้านที่ต้องการเมนูราคาเข้าถึงง่าย

สูตรชาไทยปั่นแก้วยีราฟ 22 ออนซ์ พร้อมส่วนผสมและต้นทุน
  • ชาไทยมิกซ์ 1 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 175 มิลลิลิตร
  • น้ำชาไทยสกัด 80 มิลลิลิตร
  • ครีมเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นหวาน 50 มิลลิลิตร
  • นมสด 60 มิลลิลิตร
  • น้ำแข็งเต็มแก้ว 22 ออนซ์
  1. ตวงผงชาไทยใส่ถุงกรองชา 2 ช้อนโต๊ะ และเทน้ำร้อนปริมาณ 175 มิลลิลิตร ลงไปในถุงกรอง
  2. แช่ชาทิ้งไว้ 5 นาที เมื่อครบเวลา ให้กรองน้ำชาออกมา 80 มิลลิลิตร
  3. ใส่ครีมเทียม ลงในน้ำชาที่ยังร้อนอยู่ แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
  4. เติมนมข้นหวาน และนมสด แล้วคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  5. ตวงน้ำแข็งใส่แก้วยีราฟ แล้วเทส่วนผสมน้ำชาที่เตรียมไว้ตามลงไป
  6. ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
  7. เทชาไทยปั่นลงในแก้วทรงยีราฟ ปิดฝา พร้อมเสิร์ฟทันที

ชานกฮูกแนะนำ

หากปั่นแล้วสีซีด อย่าเพิ่งเพิ่มนมข้นหวาน เพราะจะทำให้หวานขึ้นแต่ไม่ได้ช่วยให้รสชาเข้ม ควรเพิ่มปริมาณใบชาในการสกัดแทน

เมนูนี้ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มชาไทยพร้อมขนมไทยในแก้วเดียว ได้ทั้งความหอมชา ความมันของกะทิ และความนุ่มหนึบจากบัวลอย

สูตรชงชาไทย 22 ออนซ์ เมนูชาไทยบัวลอยครีมกะทิ
  • ชาไทยพรีเมียม 14 กรัม
  • น้ำร้อน 175 มิลลิลิตร
  • ครีมเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นหวาน 40 มิลลิลิตร
  • นมสด 60 มิลลิลิตร
  • ครีมกะทิ 30 กรัม
  • บัวลอบ 30 กรัม
  • น้ำแข็งเต็มแก้ว
  1. ตวงใบชาไทย 14 กรัม ใส่ French Press แล้วเทน้ำร้อน 175 มิลลิลิตร แช่ชาทิ้งไว้ 5–6 นาที
  2. ครบเวลาแล้ว กรองน้ำชาออกมาให้ได้น้ำชาเข้มข้น
  3. ขณะที่น้ำชายังร้อนอยู่ ให้ใส่ครีมเทียม และนมข้นหวาน ตามด้วยนมสด คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันจนละลาย
  4. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว 22 ออนซ์ให้เต็ม (ประมาณ 3/4 ส่วน) แล้วเทน้ำชาที่ผสมไว้ลงไป
  5. ปาดครีมกะทิที่เตรียมไว้ด้านบนสุดของแก้วให้พูนสวยงาม
  6. ตักบัวลอยที่แช่น้ำเชื่อมแล้วมาตกแต่งบนครีมกะทิให้มีสีสันสวยงาม พร้อมเสิร์ฟ!

ชานกฮูกแนะนำ

ครีมกะทิควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทและนำเข้าตู้เย็นหลังเตรียมเสร็จ และอย่าปั้นบัวลอยลูกใหญ่เกินไป เพราะจะดูดยากและอาจติดหลอด ควรเลือกหลอดขนาดใหญ่หรือใช้ฝาดื่มสำหรับเมนูท็อปปิ้ง

ชาไทยเผือกหอมเป็นเมนูที่ผสมความหอมมันของเผือกเข้ากับชาไทยเข้มข้น ให้รสชาติละมุน ดื่มง่าย และมีกลิ่นเผือกชัด เหมาะกับคาเฟ่และร้านชานมที่อยากเพิ่มเมนูขายดีแนวหวานมัน

สูตรชาไทยนมเผือก 22 ออนซ์ เครื่องดื่มชาไทยสองชั้นพร้อมต้นทุน

ส่วนผสม

  • น้ำชาไทยสกัด 90 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 40 มิลลิลิตร
  • นมสด 60 มิลลิลิตร
  • นมข้นจืด 25 มิลลิลิตร
  • ผงเผือก 10 กรัม
  • น้ำร้อน 50 มิลลิลิตร
  • น้ำแข็ง

วิธีทำ

  • สกัดชาไทยให้ได้ 90 มิลลิลิตร
  • ตักผงเผือกใส่แก้ว เติมน้ำร้อน คนผสมให้เข้ากัน
  • เตินมข้นหวาน นมข้นจืด คนให้เข้ากันอีกครั้ง
  • เติมนมสดลงในชาไทย คนให้เข้ากัน
  • เทส่วนผสมเผือกหอมลงในแก้ว ตักน้ำแข็งใส่จนเกือบเต็มแก้ว 
  • แล้วเทชาไทยลงด้านบน พร้อมเสิร์ฟแล้ว 

ชานกฮูกแนะนำ

เผือกหอมควรชงหรือผสมสดใหม่ทุกวัน เพราะหากเก็บไว้นาน กลิ่นเผือกจะอ่อนลงและเนื้ออาจจับตัว ทำให้รสชาติไม่เนียนเหมือนตอนทำใหม่

เมนูนี้ได้ทั้งความหอมของชาไทยและเนื้อช็อกโกแลตชิพให้เคี้ยว เหมาะกับกลุ่มวัยเรียนและลูกค้าที่ชอบเครื่องดื่มปั่นรสเข้ม

สูตรชงชาไทย 22 ออนซ์ เมนูชาไทยช็อกชิพปั่นใส่วิปครีม

ส่วนผสม

  • ชาไทยพรีเมียม 14 กรัม
  • น้ำร้อน 100 มิลลิลิตร
  • น้ำชาไทยสกัด 80 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 50 มิลลิลิตร
  • นมข้นจืด 60 มิลลิลิตร
  • นมสด 30 มิลลิลิตร
  • ช็อกโกแลตชิพสำหรับปั่น 10 กรัม
  • น้ำแข็งประมาณ 1 แก้วครึ่ง
  • วิปครีม 20 กรัม
  • ช็อกโกแลตชิพสำหรับตกแต่ง 4 กรัม

วิธีทำ

  1. สกัดใบชา 14 กรัมให้ได้น้ำชาเข้มข้น 80 มิลลิลิตร
  2. เทน้ำชา นมข้นหวาน นมข้นจืดและนมสดลงในโถปั่น
  3. เติมน้ำแข็งแล้วปั่นจนเนียน
  4. เติมช็อกโกแลตชิพ แล้วกดปั่นสั้น ๆ อีกครั้ง
  5. เทใส่แก้ว ท็อปวิปครีมและโรยช็อกโกแลตชิพ

ชานกฮูกแนะนำ

ไม่ควรใส่ช็อกโกแลตชิพตั้งแต่เริ่มปั่น เพราะอาจละเอียดจนไม่เหลือเนื้อสัมผัสให้เคี้ยว

ชาไทยลำไยปั่นเป็นเมนู 3 ชั้น มีเนื้อลำไยด้านล่าง ลำไยปั่นตรงกลาง และชาไทยเข้มข้นด้านบน ช่วยให้แก้วดูโดดเด่นและเหมาะกับการถ่ายภาพโปรโมต

Advertisements
สูตรชาไทยลำไยปั่น 22 ออนซ์ พร้อมต้นทุนวัตถุดิบต่อแก้ว

ส่วนผสมลำไยปั่น

  • เนื้อลำไยจากกระป๋อง 10 ลูก
  • น้ำลำไยเข้มข้น 80 มิลลิลิตร
  • น้ำเชื่อม 10 มิลลิลิตร
  • น้ำแข็ง 200 กรัม

ส่วนผสมชาไทย

  • ใบชาไทยพรีเมียม 14 กรัม
  • น้ำร้อน 120 มิลลิลิตร
  • น้ำชาไทยสกัดประมาณ 100 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. ตักใบชาไทยพรีเมียม 14 กรัม ใส่ในก้านชง นำเข้าเครื่องสกัด
  2. สกัดด้วยน้ำร้อน 120 มิลลิลิตร ให้ได้น้ำชาไทยเข้มข้นประมาณ 100 มิลลิลิตร แล้วพักไว้
  3. เตรียมโถปั่นใส่เนื้อลำไย 10 ชิ้น ตามด้วยน้ำลำไยเข้มข้น 80 มิลลิลิตร และน้ำเชื่อมลงไป
  4. ตามด้วยน้ำแข็ง ปั่นส่วนผสมทั้งหมดจนเนื้อเนียนละเอียดเข้ากันดี
  5. เตรียมแก้วขนาด 22 ออนซ์ นำเนื้อลำไยตกแต่งใส่ลงที่ก้นแก้ว เทส่วนผสมลำไยปั่นลงไป
  6. ค่อย ๆ รินชาไทยที่สกัดพักไว้ลงบนสุดอย่างช้า ๆ เพื่อให้เกิดการแยกชั้นที่สวยงาม

ชานกฮูกแนะนำ

น้ำลำไยจากกระป๋องมีความหวานต่างกัน ควรชิมก่อนเติมน้ำเชื่อมทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นเครื่องดื่มอาจหวานเกินไป

นมปั่นชาไทยเป็นเมนูแยกชั้นที่ทำไม่ยาก เหมาะกับร้านเปิดใหม่ จุดเด่นคือความนุ่มฟูของนมปั่นที่ตัดกับน้ำชาไทยเข้มข้นด้านล่าง

  • น้ำชาไทยสกัด 90 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 60 มิลลิลิตร
  • น้ำเชื่อม 20 มิลลิลิตร
  • นมสด 30 มิลลิลิตร
  • นมข้นจืด 60 มิลลิลิตร
  • น้ำแข็งประมาณ 1 แก้วครึ่ง
  1. ใส่น้ำแข็ง นมสด นมข้นจืด น้ำเชื่อมและนมข้นหวานลงในโถปั่น
  2. ปั่นด้วยความเร็วสูงประมาณ 20–30 วินาที
  3. เทน้ำชาไทยสกัดลงก้นแก้ว
  4. ค่อย ๆ เทนมปั่นตามลงไปให้เกิดชั้นสี
  5. เสิร์ฟทันที

ชานกฮูกแนะนำ

ไม่ควรปั่นนานเกินไป เพราะความร้อนจากเครื่องปั่นอาจทำให้น้ำแข็งละลายและเนื้อเครื่องดื่มเหลวลง

ชาไทยปั่นข้าวโพดให้รสหวานมันและมีกลิ่นข้าวโพด เหมาะกับร้านที่ต้องการเมนูแปลกใหม่จากวัตถุดิบหาซื้อง่าย

  • ชาไทยพรีเมียม 14 กรัม
  • น้ำร้อน 175 มิลลิลิตร
  • น้ำชาไทยสกัด 80 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 50 มิลลิลิตร
  • นมสด 30 มิลลิลิตร
  • นมข้นจืด 60 มิลลิลิตร
  • เนื้อข้าวโพดหวานสำหรับปั่น 100 กรัม
  • เนื้อข้าวโพดหวานสำหรับตกแต่ง 20 กรัม
  • น้ำแข็งประมาณ 1 แก้วครึ่ง
  1. แช่ชาไทยประมาณ 3–5 นาที แล้วกรองน้ำชา 80 มิลลิลิตร
  2. เทน้ำชาและส่วนผสมที่เป็นของเหลวลงในโถปั่นก่อน
  3. เติมข้าวโพดหวานและน้ำแข็ง
  4. ปั่นจนเนียน เทใส่แก้วแล้วตกแต่งด้วยข้าวโพดด้านบน

ชานกฮูกแนะนำ

หากใช้ข้าวโพดกระป๋อง ควรสะเด็ดน้ำเชื่อมออกก่อน เพื่อควบคุมความหวานของสูตรได้ง่ายขึ้น

เมนูนี้ให้ความหอมของชาไทย น้ำมะพร้าว และกะทิในแก้วเดียว เหมาะสำหรับคาเฟ่ที่ต้องการเมนูไทยร่วมสมัย

สูตรชงชาไทย 22 ออนซ์ เมนูชาไทยมะพร้าวโฟมกะทิพร้อมต้นทุน
  • น้ำชาไทยสกัด 120 มิลลิลิตร
  • นมสด 60 มิลลิลิตร
  • น้ำเชื่อม 30 มิลลิลิตร
  • น้ำมะพร้าว 60 มิลลิลิตร
  • กะทิ 60 มิลลิลิตร
  • น้ำแข็ง
  1. นำกะทิ 60 มิลลิลิตรไปตีให้ขึ้นฟู
  2. ผสมน้ำชาไทยกับนมสด
  3. เติมน้ำเชื่อมและน้ำมะพร้าว คนให้เข้ากัน
  4. เทลงในแก้วแล้วเติมน้ำแข็ง โดยเว้นพื้นที่ด้านบน
  5. ท็อปด้วยโฟมกะทิแล้วเสิร์ฟทันที

ชานกฮูกแนะนำ

ชิมน้ำมะพร้าวก่อนเติมน้ำเชื่อม เพราะน้ำมะพร้าวแต่ละยี่ห้อและแต่ละลูกมีความหวานไม่เท่ากัน

ชาไทยส้มมะปี๊ดหรือชาไทยส้มจี๊ดเป็นเมนูไม่มีนม ได้ความเปรี้ยวสดชื่นและสีแยกชั้น เหมาะกับร้านที่ต้องการเพิ่มตัวเลือกนอกเหนือจากชาไทยหวานมัน

สูตรชาไทยส้มมะปี๊ด 22 ออนซ์ เมนูชาผลไม้รสเปรี้ยวหวาน
  • ใบชาไทยพรีเมียม 14 กรัม
  • น้ำร้อน 180 มิลลิลิตร
  • น้ำเปล่า 160 มิลลิลิตร
  • ไซรัปส้มจี๊ด 30 มิลลิลิตร
  • น้ำเชื่อม 15 มิลลิลิตร
  • น้ำแข็ง
  1. สกัดใบชาไทย 14 กรัมด้วยน้ำร้อน แล้วตวงน้ำชา 90 มิลลิลิตร
  2. ผสมไซรัปส้มจี๊ดกับน้ำเปล่า
  3. เติมน้ำเชื่อมแล้วคนให้เข้ากัน
  4. เทส่วนผสมส้มจี๊ดลงในแก้ว
  5. เติมน้ำแข็ง ค่อย ๆ รินน้ำชาไทยด้านบนให้เกิดชั้นสี

ชานกฮูกแนะนำ

ไม่ควรเติมนมลงในสูตรส้มมะปี๊ดโดยตรง เพราะกรดจากผลไม้อาจทำให้นมจับตัวหรือแยกชั้นได้

ชาไทยช็อกโก้ชีสรวมรสชาไทยเข้มข้นกับโฟมชีสโกโก้ ได้ทั้งความหวาน มัน เค็มเล็กน้อย และกลิ่นโกโก้ เหมาะสำหรับทำเป็นเมนูพรีเมียมประจำร้าน

สูตรชาไทยช็อกโก้ชีส 22 ออนซ์ พร้อมครีมชีสและต้นทุนต่อแก้ว
  • ผงใบชาแดง 14 กรัม
  • น้ำร้อน 200 มิลลิลิตร
  • นมข้นจืด 15 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 45 มิลลิลิตร
  • น้ำแข็ง
  1. สกัดน้ำชาไทยให้ได้ 175 มิลลิลิตร
  2. เติมนมข้นหวานและนมข้นจืด คนให้เข้ากัน
  3. ผสมผงครีมชีสกับน้ำเย็น
  4. เติมผงโกโก้แล้วตีให้ขึ้นฟู
  5. เทชาไทยลงในแก้วน้ำแข็ง
  6. ท็อปด้วยช็อกโก้ชีสและโรยผงโกโก้เล็กน้อย

ชานกฮูกแนะนำ

ไม่ควรปั่นนานเกินไป เพราะความร้อนจากเครื่องปั่นอาจทำให้น้ำแข็งละลายและเนื้อเครื่องดื่มเหลวลง

แก้ปัญหาสูตรชาไทย 22 ออนซ์ใส่น้ำแข็งแล้วรสจาง
  • น้ำชาอ่อนเกินไป สูตรแก้ว 22 ออนซ์มีน้ำแข็งมากกว่าแก้ว 16 ออนซ์ หากใช้น้ำชาในปริมาณเท่าเดิม รสชาติจะจางหลังน้ำแข็งละลาย
    • วิธีแก้ : เพิ่มใบชาครั้งละ 1–2 กรัม หรือเพิ่มน้ำชาเข้มข้นตามความเหมาะสม
  • เทน้ำชาร้อนจัดลงบนน้ำแข็ง น้ำชาที่ร้อนมากจะทำให้น้ำแข็งละลายเร็ว เครื่องดื่มจึงมีน้ำเพิ่มขึ้นก่อนถึงมือลูกค้า
    • วิธีแก้ : ผสมชาและนมให้เรียบร้อย แล้วพักให้คลายความร้อนเล็กน้อยก่อนเทใส่แก้ว
  • ใช้น้ำแข็งที่เริ่มละลาย น้ำแข็งที่แช่น้ำหรือมีรูพรุนจะละลายเร็วกว่าแบบก้อนแข็ง
    • วิธีแก้ : ระบายน้ำออกจากถังน้ำแข็ง และใช้ที่ตักน้ำแข็งแทนการใช้แก้วตัก
  • สูตรปั่นมีของเหลวมากเกินไป หากเติมน้ำ นม หรือน้ำเชื่อมมากเกินไป เนื้อเครื่องดื่มจะเหลวและรสชาติอ่อน
    • วิธีแก้ : กำหนดปริมาณของเหลวรวมต่อหนึ่งแก้ว แล้วใช้แก้วตวงทุกครั้ง

รสขมและฝาดอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่

  • แช่ชานานเกินไป
  • ใช้น้ำร้อนมากแต่ใบชาน้อย
  • บีบถุงกรองแรง
  • มีผงชาเล็ดลอดลงในเครื่องดื่มมาก
  • ใช้ใบชามากเกินไปโดยไม่ปรับปริมาณน้ำ
  • เก็บน้ำชาที่สกัดแล้วไว้นานจนกลิ่นและรสเปลี่ยน

ควรเริ่มแก้จากการลดเวลาแช่ครั้งละประมาณ 30 วินาที โดยยังใช้ใบชาและน้ำเท่าเดิม หากรสยังไม่สมดุลจึงค่อยปรับปริมาณใบชา อย่าแก้รสฝาดด้วยการเติมนมข้นหวานจำนวนมาก เพราะแม้เครื่องดื่มจะหวานขึ้น แต่รสฝาดยังอยู่และต้นทุนต่อแก้วจะสูงขึ้น

วิธีคำนวณต้นทุนสูตรชงชาไทย 22 ออนซ์ต่อแก้วสำหรับร้านน้ำ

ใช้สูตรคำนวณง่าย ๆ ดังนี้

ต้นทุนที่ใช้ = ราคาวัตถุดิบ ÷ ปริมาณทั้งหมด × ปริมาณที่ใช้

ตัวอย่าง หากใบชาไทยราคา 125 บาทต่อ 500 กรัม และใช้ 14 กรัมต่อแก้ว

125 ÷ 500 × 14 = 3.50 บาท

จากนั้นจึงรวมต้นทุนส่วนอื่น ได้แก่

  • นมข้นหวาน
  • นมสด
  • นมข้นจืด
  • ครีมเทียม
  • น้ำเชื่อม
  • ท็อปปิ้ง
  • น้ำแข็ง
  • แก้ว ฝาและหลอด
  • ถุงหิ้วหรือที่ใส่แก้ว
  • ค่าธรรมเนียมเดลิเวอรี
  • วัตถุดิบที่เหลือทิ้ง
  • ค่าแรงและค่าไฟโดยประมาณ

ชานกฮูกแนะนำ

อย่าดูเฉพาะราคาชาต่อถุง ควรดูว่าใช้กี่กรัมต่อแก้วด้วย ชาที่ราคาถูกกว่าแต่ต้องใช้มาก อาจมีต้นทุนต่อแก้วสูงกว่าชาที่ราคาแพงกว่าแต่ใช้ปริมาณน้อย

สูตรชงชาไทย 22 ออนซ์ที่ดีต้องเริ่มจากน้ำชาที่เข้มพอ แล้วจึงปรับนม ความหวาน น้ำแข็งและท็อปปิ้งให้ลงตัว ไม่ควรใช้สูตรแก้ว 16 ออนซ์แล้วเติมน้ำแข็งเพิ่มเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้รสชาติจางเร็ว เจ้าของร้านไม่จำเป็นต้องเริ่มขายครบทั้ง 10 เมนู ควรเลือกเมนูที่เหมาะกับลูกค้าและอุปกรณ์ของร้านก่อน จากนั้นทดลองชิมทั้งตอนชงเสร็จใหม่และหลังวางไว้ประมาณ 15–30 นาที เพื่อดูว่ารสชาติเปลี่ยนไปอย่างไร

สิ่งสำคัญที่สุดคือการชั่งใบชา ตวงส่วนผสม จับเวลา และบันทึกสูตรให้ชัดเจน เมื่อพนักงานทุกคนทำตามมาตรฐานเดียวกัน ลูกค้าก็จะได้รับชาไทยที่มีรสชาติใกล้เคียงกันทุกแก้ว

1. ชาไทย 22 ออนซ์ใช้ใบชากี่กรัม?

ตอบ : แนะนำให้เริ่มที่ประมาณ 14 กรัมต่อแก้ว เมนูปั่นหรือเมนูที่มีท็อปปิ้งรสเข้มอาจเพิ่มเป็น 15–20 กรัมได้ แต่ควรทดลองกับใบชาที่ร้านใช้จริง

2. สูตรชาไทย 16 ออนซ์ใช้กับแก้ว 22 ออนซ์ได้หรือไม่?

ตอบ : ไม่ควรนำมาใช้โดยไม่ปรับสูตร เพราะแก้ว 22 ออนซ์มีน้ำแข็งมากกว่า หากใช้น้ำชาเท่าเดิม รสชาติจะจาง ควรเพิ่มความเข้มและปริมาณน้ำชาให้เหมาะสม

3. ชาไทยควรแช่กี่นาที?

ตอบ : เริ่มทดลองที่ประมาณ 3–5 นาที หากต้องการให้ชาเข้มขึ้น ควรเพิ่มใบชาก่อนเพิ่มเวลาแช่ เพราะการแช่นานเกินไปอาจทำให้ขมและฝาด

4. ทำอย่างไรให้ชาไทยปั่นไม่แยกชั้น?

ตอบ : ควรใส่ส่วนผสมที่เป็นของเหลวลงในโถก่อน เติมน้ำแข็งทีหลัง และปั่นจนเนื้อเนียน หากสูตรยังแยกชั้นเร็ว อาจทดลองใช้ผงปั่นในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์

5. ทำชาไทยหวานน้อยอย่างไรไม่ให้จืด?

ตอบ : ลดนมข้นหวานครั้งละประมาณ 5 มิลลิลิตร แล้วเพิ่มน้ำชาหรือนมสดเล็กน้อยเพื่อรักษาปริมาตร ไม่ควรเติมน้ำเปล่า เพราะจะทำให้รสชาอ่อนลง

เลือกใบชาขายส่งสำหรับสูตรชงชาไทย 22 ออนซ์กับ Bluemocha

เลือกใบชาขายส่งและปรึกษาสูตรกับ Bluemocha เรามีใบชาและผงชาสำหรับนำไปพัฒนาเมนูเครื่องดื่มหลายประเภท ทั้งชาไทย ชาแดง ชาเขียว ชาไต้หวัน ชาผลไม้ และวัตถุดิบสำหรับร้านน้ำ เหมาะกับทั้งการสกัดผ่านถุงกรอง เครื่องชงกาแฟ และการทำเมนูปั่น ร้านที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใบชาแบบใด ควรเปรียบเทียบจากกลิ่น ความเข้ม ปริมาณการใช้ต่อแก้ว วิธีชง และต้นทุนจริง ไม่ควรเลือกจากราคาต่อถุงเพียงอย่างเดียว

เลือกใบชาขายส่ง / ขอราคาส่ง / ปรึกษาสูตรชงสำหรับร้านกับ Bluemocha ติดต่อ LINE : @bluemochacoffee

“เพื่อนคู่คิด ผลิตใบชา ให้คำปรึกษาครบวงจร”

WRITTEN BY

Anchalee J.

ยุญา สาวน้อยผู้หลงใหลงานขายไม่แพ้กับงานเขียน โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับชา รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ดังนั้น ทุกเรื่องราวที่สื่อสารออกมา จะมอบประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านอย่างแน่นอน

Similar Posts