แจกฟรี! 20 สูตรเครื่องดื่มดับร้อน ชงง่าย ทำขายง่าย ที่ร้านน้ำปั่นต้องมี!
เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนแล้ว สิ่งที่เรามองหามากที่สุดคงหนีไม่พ้นเมนูคลายร้อนชื่นใจ! สำหรับเจ้าของร้านคาเฟ่และร้านน้ำปั่นที่กำลังอยากอัปเดตเมนูรับซัมเมอร์ บทความนี้เราได้รวบรวม 20 สูตรเครื่องดื่มดับร้อน ยอดฮิตมาแจกให้ฟรี ๆ แบบครบจบในที่เดียว โดยคัดมาให้ครอบคลุมทั้งหมวดชาผลไม้, อิตาเลียนโซดา และเมนูนมปั่น ซึ่งทุกสูตรนั้นตอบโจทย์หน้าร้อน ชงง่าย คุมต้นทุนได้ดี และบวกกำไรเพิ่มได้สบาย ๆ
หมดปัญหาคิดเมนูใหม่ไม่ออก หรือกังวลเรื่องรสชาติ เพราะเราจัดเตรียมส่วนผสมวัตถุดิบและวิธีทำมาให้ (พร้อมคลิปวิดีโอสอนชงให้กดดูและทำตามได้ทันที) ใครที่อยากสร้างจุดขาย ดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ และอัปยอดขายให้ปังรับหน้าร้อน เตรียมจดสูตรแล้วนำไปเป็นเมนูเด่นประจำร้านกันได้เลย!
รวม 20 สูตรเครื่องดื่มดับร้อน ยอดฮิต ทำขายกำไรดี!
เพื่อให้ลูกค้าค้นหาง่ายและตอบโจทย์ความชอบที่หลากหลาย เราได้จัดหมวดหมู่ สูตรเครื่องดื่มดับร้อน ทั้ง 20 เมนู ไว้ดังนี้ คุณสามารถเลือกสูตรและสไตล์ที่เข้ากับร้านไปชงตามกันได้เลย :
1. ชาแดงมะนาวโซดา
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ใบชาแดงพรีเมียม 1.5 ช้อนโต๊ะ (สกัดน้ำชา 120 มิลลิลิตร)
- น้ำมะนาวคั้นสด 45 มิลลิลิตร (ใช้มะนาวสดประมาณ 3 ลูก)
- น้ำเชื่อม 30 มิลลิลิตร
- โซดา 60 มิลลิลิตร
- เลมอนฝาน 2 ชิ้น (สำหรับตกแต่งในแก้ว)
- น้ำแข็ง
วิธีทำ :
- เตรียมน้ำมะนาว : นำมะนาวสดมาคลึงหรือนวดให้นิ่มก่อนนำไปล้างและผ่าครึ่ง เพื่อให้คั้นน้ำได้เยอะและช่วยลดความขมเฝื่อนจากเปลือก คั้นให้ได้ปริมาณ 45 มิลลิลิตร
- สกัดชา : นำใบชาแดง 1.5 ช้อนโต๊ะ เข้าเครื่องชง สกัดน้ำชาออกมาให้ได้ 120 มิลลิลิตร
- ผสมน้ำมะนาว : เทน้ำมะนาวสด 45 มิลลิลิตร และน้ำเชื่อม 30 มิลลิลิตร ลงในแก้วจัดเสิร์ฟ คนส่วนผสมให้เข้ากัน
- ใส่แก้ว : ใส่น้ำแข็งลงไปเล็กน้อย วางเลมอนฝานชิ้นที่ 1 ลงไปด้านข้างแก้ว เติมน้ำแข็งให้เต็มแก้ว จากนั้นเทโซดา 60 มิลลิลิตร ตามลงไป และตกแต่งด้วยเลมอนฝานชิ้นที่ 2
- พร้อมเสิร์ฟ : ค่อย ๆ รินน้ำชาแดงสกัด 120 มิลลิลิตร ท็อปปิ้งไว้ชั้นบนสุด จะได้เลเยอร์ชาสีแดงสดใสตัดกับชั้นโซดามะนาวด้านล่าง พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : ดึงความเข้มข้นของใบชา คือ “การพักชา” เมื่อกดเครื่องชงให้น้ำชาไหลออกมาประมาณ 1-3 วินาที ให้กดหยุดพักชาทิ้งไว้ 15-20 วินาที จากนั้นค่อยกดสกัดต่อจนได้ปริมาณ 120 มิลลิลิตร วิธีนี้จะดึงกลิ่นและสีของชาแดงออกมาได้มากที่สุด ทำให้เครื่องดื่มแก้วนี้มีสีสวย รสชาติชาโดดเด่นสู้ความเปรี้ยวซ่าได้สบาย ๆ
2. พีชเบอร์รี่โซดา
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ชาเบอร์รี่ 14 กรัม (สกัดใช้ 60 มิลลิลิตร)
- ชาไวท์พีช 5 กรัม (สกัดใช้ 90 มิลลิลิตร)
- น้ำร้อน 400 มิลลิลิตร (แบ่งสำหรับสกัดชาแต่ละชนิดละ 200 มิลลิลิตร)
- น้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร
- โซดา 60 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- โรสแมรี่ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมชาเบอร์รี่ : นำชาเบอร์รี่ 14 กรัม ผสมกับน้ำร้อน 200 มิลลิลิตร แล้วกรองให้ได้น้ำชาเบอร์รี่ 60 มิลลิลิตร
- เตรียมชาไวท์พีช : นำชาไวท์พีช 5 กรัม ผสมกับน้ำร้อน 200 มิลลิลิตร แล้วกรองให้ได้น้ำชาไวท์พีช 90 มิลลิลิตร
- ผสมชาเบอร์รี่ : นำน้ำชาเบอร์รี่ 60 มิลลิลิตร มาผสมกับน้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร คนให้เข้ากันแล้วเทลงในแก้วจัดเสิร์ฟ
- จัดเตรียมแก้ว : ใส่น้ำแข็งลงในแก้วจนเต็ม ค่อย ๆ เทน้ำชาไวท์พีช 90 มิลลิลิตร ตามลงไปในแก้ว และเทโซดาแช่เย็นจัดท็อปปิ้งไว้ด้านบนสุดเพื่อให้เกิดฟองซ่าและเลเยอร์ที่สวยงาม
- ตกแต่ง : ประดับด้วยโรสแมรี่ด้านบนเพื่อความสวยงามและเพิ่มกลิ่นหอม พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : หัวใจสำคัญของเมนูนี้คือการแยกชั้นสีที่ตัดกันระหว่างสีแดงของเบอร์รี่และสีทองอ่อนของพีช การเทส่วนผสมแต่ละชั้นอย่างเบามือลงบนน้ำแข็งจะช่วยให้เลเยอร์มีความชัดเจนและดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เครื่องดื่มแก้วนี้ดูพรีเมียมได้
3. ชาผลไม้รวม
ส่วนผสม (สำหรับขวด 5 ขวด) :
- น้ำร้อน 1,250 มิลลิลิตร
- ชาสด 50 กรัม
- น้ำเชื่อม 100 มิลลิลิตร (สูตรปกติ) หรือ ไซรัปผลไม้ 160 มิลลิลิตร (สูตรไซรัป)
- ผลไม้สดหั่นชิ้น (เช่น แอปเปิล, ส้ม, แก้วมังกร, องุ่น, มะม่วง)
วิธีทำ :
- สกัดชา : นำใบชา 50 กรัม แช่ในน้ำร้อน 1,250 มิลลิลิตร พักทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้ได้น้ำชาที่มีความเข้มข้น
- กรองน้ำชา : ใช้ผ้าขาวบางหรือถุงกรองกรองกากชาออกให้หมด
- ปรุงรส : เติมน้ำเชื่อม 100 มิลลิลิตร (หรือไซรัปผลไม้ 160 มิลลิลิตร หากต้องการรสชาติผลไม้ที่ชัดเจนขึ้น) ลงในน้ำชาที่ยังร้อนอยู่ คนให้ละลายเข้ากัน
- เตรียมขวด : ใส่ผลไม้สดที่หั่นเตรียมไว้ลงในขวดพลาสติก จัดเรียงให้สวยงามโดยสลับสีของผลไม้แต่ละชนิด
- บรรจุขวด : เทน้ำชาที่ปรุงรสเรียบร้อยแล้วลงในขวดที่มีผลไม้สด ปิดฝาให้สนิท
- แช่เย็น : นำขวดชาผลไม้ไปแช่เย็น หรือแช่ในถังน้ำแข็งเพื่อให้รสชาติมีความสดชื่นยิ่งขึ้น พร้อมจำหน่าย!
💡 เคล็ดลับ : ต้นทุนใบชาต่อขวดสำหรับเมนูนี้อยู่ที่ประมาณ 2.5 บาทเท่านั้น! การใช้ผลไม้หลากหลายชนิดไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยให้คุณสามารถตั้งราคาขายที่ดูคุ้มค่าและพรีเมียมได้ นอกจากนี้ การทำเป็นขวดแช่เย็น วางโชว์หน้าร้านจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน
4. มัทฉะ ไซน์มัสแคท โซดา
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ผงมัทฉะ 3 กรัม
- น้ำร้อน 30 มิลลิลิตร
- ไซรัปองุ่นไซน์มัสแคท 45 มิลลิลิตร
- โซดา 120 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- เจลลี่น้ำผึ้ง (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมมัทฉะ : นำผงมัทฉะ 3 กรัม มาละลายกับน้ำร้อน 30 มิลลิลิตร โดยใช้แปรงชงชาหรือเครื่องตีฟองนมตีให้เข้ากันจนเนียนละเอียดและมีฟองเล็กน้อย
- ผสมรสชาติ : เทไซรัปองุ่นไซน์มัสแคท 45 มิลลิลิตร และเทโซดา 120 มิลลิลิตร ตามลงไปในแก้ว แล้วคนเบา ๆ ให้เข้ากัน
- จัดเตรียมแก้ว : ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว ค่อย ๆ เทน้ำมัทฉะที่เตรียมไว้ลงไปด้านบนสุด
- ตกแต่ง : ตกแต่งด้วยเจลลี่น้ำผึ้งด้านบน พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : การเลือกใช้ผงมัทฉะที่มีคุณภาพและไซรัปองุ่นไซน์มัสแคทที่ให้กลิ่นหอมชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเมนูนี้ การรินมัทฉะลงไปบนน้ำแข็งช้า ๆ จะช่วยให้เลเยอร์มีความชัดเจนและดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
5. สตรอว์เบอร์รี่ปั่นโยเกิร์ต
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- สตรอว์เบอร์รี่แช่แข็ง 5 ลูก
- ไซรัปสตรอว์เบอร์รี่ 60 มิลลิลิตร
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
- เกลือป่น ปลายช้อน
- น้ำแข็ง 1 แก้ว
- สตรอว์เบอร์รี่สด (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมการปั่น: ใส่สตรอว์เบอร์รี่แช่แข็ง 5 ลูก น้ำแข็ง 1 แก้ว ไซรัปสตรอว์เบอร์รี่ 60 มิลลิลิตร และเกลือป่นปลายช้อนลงในโถปั่น
- ปั่นจนเนื้อเนียน : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนได้เนื้อสมูทตี้ที่เนียนละเอียด
- จัดเตรียมแก้ว : นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วยมาทาบริเวณขอบแก้วด้านใน ค่อย ๆ เทสมูทตี้สตรอว์เบอร์รี่ที่ปั่นไว้ลงไปในแก้วสลับกับโยเกิร์ตที่เหลืออยู่ เพื่อให้เกิดชั้นสีขาวแดงที่สวยงาม
- ท็อปปิ้ง : ปิดท้ายด้วยการตักโยเกิร์ตวางไว้ด้านบนสุด และด้วยสตรอว์เบอร์รี่สด พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : การใช้สตรอว์เบอร์รี่แช่แข็งจะช่วยให้สมูทตี้มีเนื้อสัมผัสที่หนืดและเข้มข้นกว่าการใช้ผลไม้สดเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ การปาดโยเกิร์ตไว้ที่ขอบแก้วยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียมและน่าดึงดูดใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเมนูนี้ได้อย่างดี
6. มะพร้าวปั่นชาเขียว
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- น้ำมะพร้าว 120 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 20 มิลลิลิตร
- น้ำชาเขียวสกัด 30 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- เนื้อมะพร้าวอ่อน (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- ปั่นมะพร้าว : ใส่น้ำแข็ง น้ำมะพร้าว 120 มิลลิลิตร และน้ำเชื่อม 20 มิลลิลิตร ลงในเครื่องปั่น แล้วปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
- จัดเตรียมแก้ว : เทมะพร้าวที่ปั่นเสร็จแล้วลงในแก้วจัดเสิร์ฟ
- สกัดชาเขียว : สกัดน้ำชาเขียวเข้มข้นให้ได้ปริมาณ 30 มิลลิลิตร ค่อย ๆ เทน้ำชาเขียวสกัดลงไปด้านบนของมะพร้าวปั่น
- ตกแต่ง : ตกแต่งด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนด้านบน พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : การใช้น้ำมะพร้าวแท้จะช่วยให้เครื่องดื่มมีกลิ่นหอมที่เป็นธรรมชาติและรสชาติที่กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเทน้ำชาเขียวอย่างเบามือลงบนชั้นมะพร้าวปั่นจะช่วยให้การแยกชั้นของสีมีความสวยงามและดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเมนูนี้ได้อย่างดี
7. อะโวคาโดปั่นกาแฟดำ
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- อะโวคาโดสด 100 กรัม
- นมสด 100 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 40 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้ง 10 มิลลิลิตร
- ช็อตเอสเพรสโซ่ 30 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง 1 แก้ว
- อะโวคาโดหั่นชิ้น (สำหรับตกแต่ง)
- โรสแมรี่ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมการปั่น : ใส่อะโวคาโดสด 100 กรัม นมสด 100 มิลลิลิตร นมข้นหวาน 40 มิลลิลิตร น้ำผึ้ง 10 มิลลิลิตร และน้ำแข็ง 1 แก้วลงในเครื่องปั่น
- ปั่นจนเนื้อเนียน : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนได้เนื้ออะโวคาโดปั่นที่เนียนละเอียด
- จัดเตรียมแก้ว : เทอะโวคาโดปั่นที่ปั่นเสร็จแล้วลงในแก้วจัดเสิร์ฟ ค่อย ๆ ราดกาแฟดำ (เอสเพรสโซ่) 30 มิลลิลิตร ลงไปด้านบนของอะโวคาโดปั่น
- ตกแต่ง : ประดับด้วยอะโวคาโดหั่นชิ้นและโรสแมรี่ด้านบน พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : การใช้อะโวคาโดที่สุกกำลังดีจะช่วยให้เครื่องดื่มมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและมีรสชาติที่หอมมันเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การราดกาแฟดำลงบนชั้นอะโวคาโดปั่นอย่างเบามือจะช่วยให้การแยกชั้นของสีมีความสวยงามและดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเมนูนี้ได้อย่างดี
8.มัทฉะมะนาวโซดา
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ผงมัทฉะ 5 กรัม
- น้ำร้อน 60 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร
- ผงมะนาว 1 กรัม
- โซดา 120 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- เลมอนฝาน 1 ชิ้น (สำหรับตกแต่ง)
- โรสแมรี่ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมเบสมัทฉะ : นำผงมัทฉะ 5 กรัม มาละลายกับน้ำร้อน 60 มิลลิลิตร ใช้แปรงชงชาหรือเครื่องตีฟองนมตีให้เนียนละเอียด
- ปรุงรสชาติ : เติมน้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร และผงมะนาว 1 กรัม ลงในน้ำมัทฉะ คนผสมให้เข้ากันดี
- เตรียมแก้ว : เทส่วนผสมมัทฉะที่ปรุงรสแล้วลงในแก้วจัดเสิร์ฟเป็นชั้นล่างสุด ใส่น้ำแข็งลงไปเล็กน้อย วางเลมอนฝานลงไปด้านข้างแก้วเพื่อความสวยงาม แล้วเติมน้ำแข็งจนเต็ม ค่อย ๆ เทโซดา 120 มิลลิลิตร ตามลงไปด้านบน
- ตกแต่ง : ตกแต่งด้วยโรสแมรี่ด้านบน พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : ความอร่อยเมนูนี้คือการเลือกใช้ผงมัทฉะ จะทำให้เครื่องดื่มมีสีเขียวสดเป็นธรรมชาติและรสชาติไม่ติดขมจนเกินไป เมื่อนำมาผสมกับความซ่าของโซดาจะช่วยชูรสชาติมัทฉะให้ดื่มง่ายและสดชื่นขึ้นมาก
9. ชาไทยส้มมะปี๊ด
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ชาไทย 14 กรัม
- น้ำร้อน 180 มิลลิลิตร (สกัดน้ำชาให้ได้ 90 มิลลิลิตร)
- น้ำเปล่า 160 มิลลิลิตร
- ไซรัปส้มจี๊ด 30 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 15 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ:
- สกัดชาไทย : นำใบชาไทย 14 กรัม แช่ในน้ำร้อน 180 มิลลิลิตร แล้วกรองให้ได้น้ำชาไทยสกัดเข้มข้น 90 มิลลิลิตร พักทิ้งไว้
- ผสมน้ำส้มมะปี๊ด : ผสมน้ำเปล่า 160 มิลลิลิตร ไซรัปส้มจี๊ด 30 มิลลิลิตร และน้ำเชื่อม 15 มิลลิลิตร ลงในแก้ว คนส่วนผสมให้เข้ากันดี
- จัดเตรียมแก้ว : ใส่น้ำแข็งลงในแก้วจัดเสิร์ฟจนเต็ม เทน้ำส้มมะปี๊ดที่ผสมไว้ลงในแก้ว ค่อย ๆ เทน้ำชาไทยสกัดเข้มข้น 90 มิลลิลิตร ท็อปปิ้งไว้ด้านบนสุด พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : ความอร่อยเมนูนี้คือการเลือกใช้ใบชาไทยที่มีความหอมเข้มข้นสม่ำเสมอ เพื่อให้รสชาติชาไม่ถูกความเปรี้ยวของส้มมะปี๊ดกลบจนหมด นอกจากนี้การแยกชั้นสียังช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
10. ชาเขียวมะลิน้ำผึ้ง
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ใบชาเขียวมะลิ 14 กรัม
- น้ำร้อน 200 มิลลิลิตร (สกัดน้ำชาให้ได้ 175 มิลลิลิตร)
- น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 15 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ :
- สกัดชาเขียวมะลิ : นำใบชาเขียวมะลิ 14 กรัม แช่ในน้ำร้อน 200 มิลลิลิตร แล้วกรองให้ได้น้ำชาสกัดเข้มข้น 175 มิลลิลิตร พักทิ้งไว้
- ผสมเบสน้ำผึ้ง : ผสมน้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร น้ำเชื่อม 15 มิลลิลิตร และน้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร ลงในถ้วยตวง คนส่วนผสมให้เข้ากันดี
- จัดเตรียมแก้ว : ใส่น้ำแข็งลงในแก้วจัดเสิร์ฟจนเต็ม เทเบสน้ำผึ้งที่ผสมไว้ลงในแก้ว และค่อย ๆ เทน้ำชาเขียวมะลิสกัดเข้มข้น 175 มิลลิลิตร ท็อปปิ้งไว้ด้านบนสุด พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : การเลือกใช้ใบชาเขียวมะลิที่มีคุณภาพดีจะช่วยให้เครื่องดื่มมีกลิ่นหอมของดอกมะลิที่เป็นธรรมชาติและสีสันที่สวยงาม นอกจากนี้การแยกชั้นสียังช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
11. ฮันนี่เบอร์รี่โซดา
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ใบชาเบอร์รี่ 14 กรัม
- น้ำร้อน 90 มิลลิลิตร (สำหรับสกัดชาให้ได้น้ำชา 60 มิลลิลิตร)
- น้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้ง 40 มิลลิลิตร
- น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
- โซดาแช่เย็น
- น้ำแข็ง
- โรสแมรี่ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- สกัดชาเบอร์รี่ : นำใบชาเบอร์รี่ 14 กรัม แช่ในน้ำร้อน 200 มิลลิลิตร แล้วกรองให้ได้น้ำชาสกัดเข้มข้น 60 มิลลิลิตร
- ผสมเบสเบอร์รี่ : นำน้ำชาเบอร์รี่ 60 มิลลิลิตร มาผสมกับน้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร คนให้เข้ากันแล้วเทลงในแก้วจัดเสิร์ฟ
- เตรียมชั้นน้ำผึ้ง : ผสมน้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร กับน้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร คนให้ละลายเข้ากันดี
- จัดเตรียมแก้ว : ใส่น้ำแข็งลงในแก้วจนเต็ม ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำผึ้งที่เตรียมไว้ลงไปในแก้ว และเทโซดาแช่เย็นท็อปปิ้งไว้ด้านบนสุด
- ตกแต่ง : ตกแต่งด้วยโรสแมรี่ด้านบน พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : เทคนิคการแยกชั้นให้สวยงามคือการค่อย ๆ เทส่วนผสมลงบนน้ำแข็งอย่างเบามือ เมนูนี้ลูกค้ามักจะประทับใจในความหอมของน้ำผึ้งที่ขึ้นมาเป็นลำดับแรก หากร้านเลือกใช้น้ำผึ้งแท้คุณภาพดี จะช่วยสร้างความแตกต่างและทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ง่ายขึ้น
12. กาแฟยูซุสไปรท์
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ซ็อตเอสเพรสโซ่ 30 มิลลิลิตร
- ไซรัปส้มยูซุ 45 มิลลิลิตร
- สไปรท์ 120 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- วุ้นองุ่น 100 กรัม (สำหรับตกแต่ง)
- โรสแมรี่ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมส่วนผสม : เตรียมแก้วเสิร์ฟขนาด 16 ออนซ์ ตักวุ้นน้ำผึ้งองุ่นเคียวโฮ 100 กรัม ใส่ลงไปที่ก้นแก้วเป็นอันดับแรก ตามด้วยการตวงฮันนี่ไซเดอร์ รสยูซุ 45 มิลลิลิตร เทลงไปบนวุ้นองุ่นเคียวโฮ
- เติมความสดชื่น : ตักน้ำแข็ง 200 กรัม ใส่ลงในแก้วจนเต็มแก้ว ค่อย ๆ รินสไปรท์ 120 มิลลิลิตร ลงไปในแก้วช้า ๆ
- ปิดท้ายด้วยกาแฟ : สกัดเอสเปรสโซ่ช็อต 30 มิลลิลิตร ค่อย ๆ เทช็อตกาแฟลงบนน้ำแข็งอย่างช้า ๆ และตกแต่งด้วยโรสแมรี่เพื่อเพิ่มความสวยงาม เพียงเท่านี้ “กาแฟยูซุสไปรท์ วุ้นน้ำผึ้งองุ่นเคียวโฮ” แก้วนี้พร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าได้ลิ้มลองความอร่อยที่ไม่เหมือนใครทันที!
💡 เคล็ดลับ : เทคนิคสำคัญคือการใช้สไปรท์แทนโซดาปกติ จะช่วยให้ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ลงตัวกับยูซุโดยไม่ต้องเติมน้ำเชื่อมเพิ่ม การเลือกใช้กาแฟคั่วกลางถึงเข้มจะช่วยให้รสชาติกาแฟยังคงโดดเด่น ไม่ถูกความหวานซ่ากลบหายไป
13.เอ็มร้อยปั่นปีโป้
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- เครื่องดื่ม M-150 1 ขวด (150 มิลลิลิตร)
- น้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร
- ปีโป้ 3-4 ชิ้น (คละสี)
- น้ำแข็ง
- โรสแมรี่ (สำหรับตกแต่ง)
- ไข่มุกป๊อป (สำหรับตกแต่ง)
- ปีโป้ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมการปั่น : ใส่น้ำแข็ง 1 แก้ว เครื่องดื่ม M-150 1 ขวด และน้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร ลงในเครื่องปั่น
- ปั่น : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเนียนละเอียด
- เพิ่มปีโป้ : ใส่ปีโป้ 3-4 ชิ้นลงไปในเครื่องปั่น แล้วปั่นต่ออีกเล็กน้อยพอให้ปีโป้แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ไม่ต้องละเอียดมาก)
- จัดเตรียมแก้ว : เทส่วนผสมที่ปั่นเสร็จแล้วลงในแก้วจัดเสิร์ฟ
- ท็อปปิ้ง : ปิดท้ายด้วยการใส่ไข่มุกป๊อปและปีโป้ด้านบน พร้อมด้วยโรสแมรี่เพื่อความสวยงาม พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : การปั่นปีโป้ทีหลังจะช่วยให้เครื่องดื่มมีรสสัมผัสที่เคี้ยวสนุกและมีสีสันที่น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เมนูนี้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูกค้าที่ต้องการความสดชื่นแบบทันใจ และยังเป็นเมนูที่ทำกำไรได้ดีเพราะใช้วัตถุดิบที่หาซื้อได้ง่ายและคุมต้นทุนได้ชัดเจน
14. กาแฟบ๊วยโซดา
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16 ออนซ์) :
- บ๊วยดอง 2 ลูก
- ไซรัปบ๊วย 50 มิลลิลิตร
- โซดา 100 มิลลิลิตร
- ซ็อตเอสเพรสโซ่ 30 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- โรสแมรี่ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมบ๊วย : ใส่บ๊วยดอง 2 ลูกลงในแก้ว แล้วใช้ที่ตำหรือช้อนบดให้เนื้อบ๊วยแตกพอประมาณ
- ผสมเบสบ๊วย : เทไซรัปบ๊วย 50 มิลลิลิตร ลงไปผสมกับเนื้อบ๊วยในแก้ว คนให้เข้ากัน
- เติมความซ่า : เทโซดา 100 มิลลิลิตร ตามลงไป แล้วคนเบา ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี
- จัดเตรียมแก้ว : ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว ค่อย ๆ รินซ็อตเอสเพรสโซ่ 30 มิลลิลิตร ท็อปปิ้งไว้ด้านบนสุด
- ตกแต่ง : ตกแต่งด้วยใบโรสแมรี่ด้านบนเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและความสวยงาม พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : การบดเนื้อบ๊วยดองจะช่วยให้เครื่องดื่มมีรสสัมผัสที่เข้มข้นและมีเนื้อบ๊วยให้ลูกค้าได้เคี้ยวเล่น การเลือกใช้ไซรัปบ๊วยที่มีคุณภาพดีจะช่วยชูรสชาติของกาแฟให้โดดเด่นและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
15. ชาเขียวลำไยน้ำผึ้ง
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 22 ออนซ์) :
- ชาเขียว 10 กรัม
- น้ำร้อน 120 มิลลิลิตร
- ไซรัปน้ำผึ้ง 50 มิลลิลิตร
- น้ำลำไย 90 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- เนื้อลำไย (สำหรับตกแต่ง)
- โรสแมรี่ (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- สกัดชาเขียว : นำใบชาเขียว 10 กรัม ผสมกับน้ำร้อน 120 มิลลิลิตร แช่ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วกรองกากชาออกให้เหลือแต่น้ำชาเขียวสกัด
- ปรุงรสหวาน : เติมไซรัปน้ำผึ้ง 50 มิลลิลิตร ลงในน้ำชาเขียวที่สกัดได้ คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากันดี
- จัดเตรียมแก้ว : เทส่วนผสมชาเขียวที่ปรุงรสแล้วลงในแก้วจัดเสิร์ฟเป็นชั้นล่างสุด
- เตรียมเลเยอร์ถัดไป : ใส่น้ำแข็งลงในแก้วจนเต็ม ค่อย ๆ เทน้ำลำไย 90 มิลลิลิตร ท็อปปิ้งไว้ด้านบนสุด
- ตกแต่ง : ประดับด้วยเนื้อลำไยและใบโรสแมรี่ด้านบน พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : การเลือกใช้ใบชาเขียวที่มีคุณภาพดีจะช่วยให้เครื่องดื่มมีกลิ่นหอมและสีสันที่สวยงาม นอกจากนี้ การใช้เนื้อลำไยสดหรือลำไยในน้ำเชื่อมมาตกแต่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและทำให้เมนูนี้ดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างจุดเด่นที่ช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้เป็นอย่างดี
16. ชาเขียวแตงโม
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ชาเขียวใส 5 กรัม
- น้ำร้อน 300 มิลลิลิตร
- ไซรัปแตงโม 30 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ :
- สกัดชาเขียว : นำชาเขียวใส 5 กรัม แช่ในน้ำร้อน 300 มิลลิลิตร นาน 4 นาที จากนั้นกรองใบชาออกเพื่อให้ได้น้ำชาสกัด
- ทำน้ำชาเย็น : นำน้ำชาที่ได้ไปน็อคเย็นในตู้เย็นหรือแช่น้ำแข็งประมาณ 10 นาที เพื่อให้ได้น้ำชาเขียวที่เย็นจัด
- ปรุงรสหวาน : เทน้ำชาเขียวที่เย็นแล้วลงในกระบอกเชค 150 มิลลิลิตร เติมไซรัปแตงโม 30 มิลลิลิตร แล้วคนให้เข้ากัน
- เขย่าให้เข้ากัน : ตักน้ำแข็งลงในกระบอกเชค ปิดฝาแล้วเขย่าให้ส่วนผสมเข้ากันดี
- จัดเสิร์ฟ : เทน้ำชาเขียวแตงโมลงในแก้ว เติมน้ำแข็งให้เต็ม พร้อมดื่ม!
💡 เคล็ดลับ : การใช้น้ำชาเขียวที่น็อคเย็นก่อนนำมาผสมจะช่วยรักษาความหอมและทำให้เครื่องดื่มมีรสชาติที่กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเขย่าในกระบอกเชคจะช่วยให้ความเย็นกระจายตัวได้ทั่วถึงและทำให้รสสัมผัสของเครื่องดื่มละมุนขึ้น เป็นเมนูที่ช่วยสร้างจุดเด่นและเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้เป็นอย่างดี
17. ชาสดส้มปั่น
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ชาสด 10 กรัม (สกัดชา 180 มิลลิลิตร)
- น้ำเชื่อมส้ม 2 ออนซ์ (ประมาณ 60 มิลลิลิตร)
- น้ำแข็งเต็มแก้ว
- ส้มฝาน (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- สกัดชาสด : นำใบชาสด 10 กรัม เข้าเครื่องชงสกัดน้ำชาออกมาให้ได้ 6 ออนซ์
- เตรียมการปั่น : เทน้ำชาสกัดเข้มข้น 6 ออนซ์ ลงในโถปั่น
- ปรุงรส : เติมน้ำเชื่อมส้ม 2 ออนซ์ ตามลงไป
- ปั่นให้เนียน : ใส่น้ำแข็งลงไปจนเต็มแก้ว แล้วปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนได้เนื้อสมูทตี้ที่เนียนละเอียด
- จัดเสิร์ฟ : เทชาสดส้มปั่นลงในแก้ว และตกแต่งด้วยส้มฝานด้านบนเพื่อความสวยงาม พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : หัวใจสำคัญของแก้วนี้คือการใช้ใบชาสดที่ให้กลิ่นหอมและสีสันที่สวยงาม เมื่อนำมาปั่นรวมกับน้ำเชื่อมส้มคุณภาพดี จะช่วยให้ได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติกลมกล่อมและสดชื่นแบบธรรมชาติ เป็นเมนูที่ทำง่าย ใช้เวลาน้อย แต่สามารถสร้างมูลค่าและดึงดูดลูกค้าได้ดี
18. ข้าวเหนียวมะม่วงปั่น
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ไซรัปมะม่ว 2 ออนซ์ (ประมาณ 60 มิลลิลิตร)
- นมข้นจืด 1 ออนซ์ (ประมาณ 30 มิลลิลิตร)
- นมสด (เทผสมรวมกับส่วนผสมข้างต้นให้ถึงขีด 8 ออนซ์)
- ข้าวเหนียวมูน 1 ช้อนพูน (หรือตามชอบ)
- มะม่วงสุกหั่นชิ้น (สำหรับตกแต่ง)
- ซอสมะม่วง (สำหรับท็อปปิ้ง)
- น้ำแข็งเต็มแก้ว
วิธีทำ :
- ผสมเบสมะม่วง : ตวงไซรัปมะม่วง 2 ออนซ์ ลงในถ้วยตวง เติมนมข้นจืด 1 ออนซ์ และเติมนมสดลงไปจนถึงขีด 8 ออนซ์ (ประมาณ 240 มิลลิลิตร)
- คนให้เข้ากัน : คนส่วนผสมทั้งหมดให้ละลายเข้ากันดี
- ปั่นให้เนียน : เทส่วนผสมลงในโถปั่น ใสน้ำแข็งลงไปจนเต็มแก้ว แล้วปั่นจนได้เนื้อสมูทตี้ที่เนียนละเอียดนุ่ม
- เตรียมแก้ว : ตักข้าวเหนียวมูนใส่ลงที่ก้นแก้วก่อน 1 ช้อนพูน
- เทส่วนผสม : เทน้ำมะม่วงปั่นที่ได้ลงในแก้ว
- ตกแต่ง : ประดับด้วยชิ้นมะม่วงสุกตามใจชอบ และราดท็อปปิ้งด้วยซอสมะม่วงอีกรอบเพื่อความสวยงาม พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : เทคนิคการเลือกไซรัปที่มีรสชาติใกล้เคียงมะม่วงจริงจะช่วยให้เครื่องดื่มมีคุณภาพและลดต้นทุนได้ดี การใส่ข้าวเหนียวมูนไว้ที่ก้นแก้วจะช่วยให้เกิดเลเยอร์ที่สวยงามและลูกค้าได้รับรสสัมผัสที่แตกต่างในทุกคำที่ดื่ม เป็นเมนูที่ทั้งหอม หวาน มัน อร่อย จนลูกค้าต้องติดใจแน่นอน
19. หวานเย็นชาผลไม้
ส่วนผสม :
- ชาสด 50 กรัม
- น้ำร้อน 1,200 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 200 มิลลิลิตร
- ผลไม้สดหั่นชิ้น (เช่น มะม่วง, สตรอว์เบอร์รี่, องุ่น)
วิธีทำ :
- สกัดชา : นำใบชาสด 50 กรัม แช่ในน้ำร้อน 1,200 มิลลิลิตร พักทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที
- กรองน้ำชา : ใช้ผ้าขาวบางหรือถุงกรองกรองกากชาออกให้ได้น้ำชาประมาณ 1,000 มิลลิลิตร
- ปรุงรส : เติมน้ำเชื่อม 200 มิลลิลิตร ลงในน้ำชาที่ยังร้อนอยู่ คนให้ละลายเข้ากันดี
- เตรียมผลไม้ : ใส่ผลไม้สดที่หั่นเป็นชิ้นเล็กลงในแม่พิมพ์ไอศกรีมตามใจชอบ
- บรรจุแม่พิมพ์ : เทน้ำชาที่ปรุงรสเรียบร้อยแล้วลงในแม่พิมพ์จนเต็ม
- แช่แข็ง : นำไปแช่ในช่องแข็งประมาณ 4-5 ชั่วโมง จนไอศกรีมเซ็ตตัวแข็งดี พร้อมเสิร์ฟ!
💡 เคล็ดลับ : เมนูนี้ช่วยลดของเสีย ของผลไม้สดในร้านได้ดี การเลือกใช้ใบชาที่ให้สีสวยและหอมสดชื่นอย่างใบชาสดของ Bluemocha จะช่วยให้ไอศกรีมแท่งนี้มีรสชาติที่พรีเมียมและแตกต่างจากหวานเย็นทั่วไป นอกจากนี้ การเลือกสีสันของผลไม้ให้ตัดกันจะช่วยให้ไอศกรีมดูน่ารับประทานและดึงดูดสายตาลูกค้าได้เป็นอย่างดี
20. ปังเย็นโกโก้
ส่วนผสม (สำหรับแก้ว 16-22 ออนซ์) :
- ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำร้อน 60 มิลลิลิตร
- นมข้นจืด 30 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 60 มิลลิลิตร
- นมสด 90 มิลลิลิตร
- ขนมปังปิ้งหรือขนมปังหั่นชิ้น
- น้ำแข็ง
- กล้วยหอม, โอรีโอ้, คอร์นเฟลก หรือซีเรียล (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ :
- เตรียมเบสโกโก้ : ละลายผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ ในน้ำร้อน 60 มิลลิลิตร คนให้ละลายดีไม่เป็นก้อน
- ปรุงรสหวานมัน : เติมนมข้นจืด 30 มิลลิลิตร นมข้นหวาน 60 มิลลิลิตร และนมสด 90 มิลลิลิตร ลงไป คนผสมให้เข้ากัน
- ปั่นให้เนียน : เทส่วนผสมลงในโถปั่น ใสน้ำแข็งลงไป แล้วปั่นจนได้เนื้อปังเย็นที่เนียนนุ่ม
- จัดเตรียมแก้ว : ใส่ขนมปังหั่นชิ้นรองที่ก้นแก้วเล็กน้อย แล้วเทโกโก้ปั่นลงไปในแก้ว
- ท็อปปิ้ง : วางขนมปังที่เหลือไว้ด้านบน ตกแต่งด้วยกล้วยหอมหั่นแว่น, โอรีโอ้, และซีเรียลตามใจชอบ
- เสิร์ฟ : เสิร์ฟพร้อมช้อนและหลอดเพื่อให้ลูกค้าได้ทานทั้งน้ำและเนื้อขนมปังอย่างเพลิดเพลิน
💡 เคล็ดลับ : การเลือกใช้ผงโกโก้ที่มีคุณภาพดีและมีความเข้มข้นสูงจะช่วยให้ปังเย็นถ้วยนี้มีสีสันที่สวยงามและรสชาติที่นิ่ง ไม่จืดชืดแม้น้ำแข็งจะเริ่มละลาย
เป็นอย่างไรกันบ้างกับทั้ง 20 สูตรเครื่องดื่มดับร้อน ที่เราคัดสรรมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นไอเดียให้เจ้าของร้านน้ำปั่นและคาเฟ่นำไปปรับใช้ทำเมนูใหม่รับซัมเมอร์กันได้ทันทีนะ ทุกสูตรออกแบบมาให้ตอบโจทย์คนทำธุรกิจ คือต้องชงง่าย หน้าตาสวยงามดึงดูดลูกค้า และที่สำคัญคือคุมต้นทุนได้ดี คุณสามารถนำไปปั้นเป็นเมนูชูโรงประจำร้านเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงที่อากาศร้อนจัดแบบนี้ได้อย่างแน่นอน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “สูตรเครื่องดื่มดับร้อน” (FAQ)
ตอบ : เมนูในกลุ่ม ชาผลไม้และอิตาเลียนโซดา จะมีต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยต่อแก้วค่อนข้างต่ำ เช่น ชาดำมะนาวสด หรือพีชเบอร์รี่โซดา เนื่องจากใช้ใบชาที่สกัดน้ำชาได้ปริมาณมากและใช้โซดาที่มีราคาไม่สูง แต่สามารถตั้งราคาขายแบบพรีเมียมได้จากการตกแต่งแก้วและรสชาติที่สดชื่น
ตอบ : สามารถทำได้เพื่อความรวดเร็วในการเสิร์ฟ โดยควรสกัดชาแล้วน็อคน้ำแข็งให้เย็นจัดทันทีเพื่อรักษาความหอม และควรเก็บในภาชนะปิดมิดชิดแช่เย็นไว้ไม่เกิน 1-2 วัน เพื่อให้สูตรเครื่องดื่มดับร้อน ของคุณยังมีรสชาติที่สดใหม่และสีสันไม่หมองคล้ำ
ตอบ : การพักชา โดยการกดน้ำร้อนให้ไหลผ่านใบชาเพียงไม่กี่วินาทีแล้วหยุดพัก 15-20 วินาที จะช่วยเปิดใบชาให้ดึงสี อโรม่า และความเข้มข้นออกมาได้สูงสุด ส่งผลให้เครื่องดื่มมีรสชาติชัดเจนและสีสันสวยงามสู้กับความเย็นของน้ำแข็งได้ดี
ตอบ : ความหนาแน่นของส่วนผสม และการเทอย่างเบามือ โดยให้เริ่มจากส่วนผสมที่มีความหวานหรือความหนาแน่นสูงไว้ชั้นล่างสุด จากนั้นเติมน้ำแข็งให้เต็มแก้ว แล้วค่อย ๆ รินส่วนผสมที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า เช่น โซดาหรือช็อตมัทฉะ ลงบนน้ำแข็งช้า ๆ เพื่อให้เกิดการแยกชั้นที่คมชัดและสวยงาม
และสำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพ หรือต้องการต่อยอดสร้างแบรนด์เครื่องดื่ม จาก สูตรเครื่องดื่มดับร้อน โรงคั่วชาเชียงใหม่ Bluemocha (บลูมอคค่า) ยินดีให้บริการ “เพื่อนคู่คิด ผลิตใบชา ให้คำปรึกษาครบวงจร”

เราคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านการให้บริการรับผลิตชา OEM & ODM ตลอดจนเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบเครื่องดื่มแบบครบวงจร มีใบชาให้เลือกสรรมากกว่า 50 ชนิด ทั้งชาไทย ชาเขียว ชาไต้หวัน โกโก้ และเมล็ดกาแฟ ตอบโจทย์ตั้งแต่ร้านคาเฟ่ที่ต้องการความหลากหลาย แฟรนไชส์ที่ต้องการความนิ่งของรสชาติ ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการผงชาปริมาณมาก
- คัดสรรใบชาคุณภาพ : ทุกขั้นตอนผ่านกระบวนการและกรรมวิธีคั่วชาที่สะอาด ถูกหลักอนามัย ได้มาตรฐานสากล
- สต็อกเยอะ กำลังการผลิตสูง : โรงงานของเรามีศักยภาพพร้อมรองรับความต้องการใบชาในปริมาณสูง ธุรกิจของคุณจึงเดินหน้าได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
- ออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ฟรี! : ดูแลแบบ One-Stop Service ออกแบบให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าเพื่อสร้างแบรนด์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร
- จัดส่งทั่วประเทศและส่งออกต่างประเทศ : การันตีด้วยมาตรฐานคุณภาพที่ได้รับการยอมรับ ส่งออกชาไปแล้วกว่า 18 ประเทศทั่วโลก
หากสนใจวัตถุดิบคุณภาพเพื่อนำไปเพิ่มกำไร หรืออยากสร้างแบรนด์ชา ติดต่อสอบถามและปรึกษาที่ LINE : @bluemochacoffee ได้เลยวันนี้!

WRITTEN BY
Jutarat S.
นักชิม นักเทส เรียกได้ว่าสายตระเวนดื่มชาทั่วเชียงใหม่ เป็นทั้งนักเขียน และนักช้อปปิ้งที่สั่งซื้อสินค้ากับทุกแพลตฟอร์ม ผู้ที่ใช้ส่วนลดได้คุ้มค่ามาก








