ชาเขียว ชาแดง และชาดำ ต่างกันอย่างไร? ทั้งที่มาจากต้นเดียวกัน กระบวนการผลิต รสชาติ ที่แตกต่าง

ชาเขียว ชาแดง และชาดำ ต่างกันอย่างไร? แม้มาจากต้นชาเดียวกัน

“ชาเขียว ชาแดง และชาดำ” ทั้งสามล้วนมาจากต้นชาต้นเดียวกัน แต่ความแตกต่างในกระบวนการผลิตทำให้สี รสชาติ กลิ่น และสรรพคุณแตกต่างกัน

ชาเขียว ชาแดง และชาดำ ต่างกันอย่างไร? ชาเขียวคือใบชาที่ไม่ผ่านการหมักเลย จึงรักษาสีเขียวสดและรสชาติที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไว้ได้ ในขณะที่ชาแดง (หรือชาไทยที่เราคุ้นเคย) และชาดำ คือใบชาที่ผ่านการหมักตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงหมักสมบูรณ์ 100% ซึ่งกระบวนการนี้เองที่ทำปฏิกิริยาให้ใบชาเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น รสชาติมีความเข้มฝาดชัดเจน และเกิดกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ต่างกันออกไป

Advertisements

ทำให้ลักษณะของชาแต่ละแก้วจึงให้รสสัมผัส ปริมาณคาเฟอีน และความเหมาะสมในการนำไปชงต่างกัน ถ้าคุณอยากรู้ว่าชาแต่ละตัวเหมาะจะเอาไปรังสรรค์เป็นเมนูสไตล์ไหน? หรือมีจุดเด่นอะไรที่ซ่อนอยู่อีกบ้าง? เรามาเจาะลึกความแตกต่างของชาทั้ง 3 ชนิดนี้แบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย ไปพร้อมกันเลย!

ต้นกำเนิดชาเขียวชาแดงและชาดำ มาจากพืชชนิดเดียวกัน กระบวนการผลิต รสชาติ ที่แตกต่าง

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงความแตกต่างของ “ชาเขียว ชาแดง และชาดำ” สิ่งแรกที่คุณควรทราบคือ ชาทั้ง 3 ประเภทนี้ (หากเป็นชาแท้ ไม่ใช่ชาสมุนไพร) ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากพืชชนิดเดียวกัน นั่นคือ ต้นชาที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ความแตกต่างของสี รสชาติ และกลิ่นที่เราสัมผัสได้นั้น ไม่ได้มาจากสายพันธุ์ของต้นชาที่ต่างกันเพียงอย่างเดียว แต่สำคัญอยู่ที่ “กระบวนการแปรรูป” โดยเฉพาะกระบวนการที่เรียกว่า “การออกซิเดชัน (Oxidation)” หรือที่คนไทยมักเรียกติดปากว่า “การหมัก” ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใบชาทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ยิ่งใบชาผ่านการออกซิเดชันมากเท่าไหร่ สีของใบชาและน้ำชาก็จะยิ่งเข้มขึ้น และรสชาติก็จะยิ่งมีความฝาดและซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น

เรามาดูกันว่า “ชาเขียว ชาแดง และชาดำ” มีรายละเอียดเชิงลึกที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

ชาเขียว ชาแดง และชาดำ ต่างกันอย่างไร ทั้งที่มาจากต้นเดียวกัน กระบวนการผลิต รสชาติ ที่แตกต่าง

ชาเขียวเป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการออกซิเดชันเลย หรือผ่านน้อยมาก ๆ เมื่อเก็บเกี่ยวใบชาสดมาแล้ว จะนำไปผ่านความร้อน ไม่ว่าจะเป็นการคั่วในกระทะร้อน (สไตล์จีน) หรือการนึ่งด้วยไอน้ำ (สไตล์ญี่ปุ่น) เพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์ในใบชา ทำให้ใบชายังคงมีสีเขียวสด มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูง และให้รสชาติที่ใกล้เคียงกับใบชาสดมากที่สุด

  • ลักษณะ : ใบชาแห้งมีสีเขียวอ่อนไปจนถึงเขียวเข้ม น้ำชาที่ชงได้มีสีเขียวใส หรือเหลืองอมเขียว
  • รสชาติและกลิ่น : ให้ความรู้สึกสดชื่น เบาสบาย มีกลิ่นหอมของหญ้าสด ดอกไม้อ่อน ๆ สาหร่าย หรือถั่วคั่ว (ขึ้นอยู่กับกระบวนการให้ความร้อน) รสชาติอาจมีความฝาดเบา ๆ หากสกัดนานเกินไป
  • การนำไปชง :
    • เมนูใส : ชาเขียวมะลิเย็น, ชาเขียวผลไม้
    • เมนูนม : ชาเขียวนม, ชาเขียวมัทฉะลาเต้, โฮจิฉะลาเต้
ชาเขียว ชาแดง และชาดำต่างกันอย่างไร ทั้งที่มาจากต้นเดียวกัน กระบวนการผลิต รสชาติ ที่แตกต่าง

“ชาแดง (Red Tea)” ต่างประเทศจะเรียกชาชนิดนี้ว่า “รอยบอส (Rooibos)” ซึ่งเป็นชาสมุนไพรจากแอฟริกาใต้ที่ไม่มีคาเฟอีน หรือในวัฒนธรรมจีน คำว่าชาแดงจะหมายถึงสิ่งที่เราเรียกกันว่าชาดำ แต่สำหรับ “อุตสาหกรรมเครื่องดื่มและร้านกาแฟในประเทศไทย” เมื่อเราพูดถึง “ชาแดง” เรามักจะหมายถึง “ชาไทย (Thai Tea)” ชาแดงในไทยส่วนใหญ่ผลิตจากใบชาสายพันธุ์อัสสัม (Assam) ที่ผ่านกระบวนการหมักแบบกึ่งสมบูรณ์หรือหมักสมบูรณ์ นำมาบดหยาบหรือคั่วผสมกับเครื่องเทศและสีสังเคราะห์ (ในบางสูตร) เพื่อให้ได้น้ำชาที่มีสีส้มอมแดงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เมื่อนำไปผสมกับนมข้นหวานและนมข้นจืด จะได้รสชาติที่กลมกล่อม ลงตัว

  • ลักษณะ : ใบชาแห้งมักมีสีน้ำตาลเข้มอมแดง น้ำชาที่สกัดออกมามีสีแดงส้ม หรือส้มอิฐ
  • รสชาติและกลิ่น : มีความฝาดชัดเจน บอดี้ของน้ำชาเข้มข้น กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ มักมีกลิ่นวานิลลาหรือเครื่องเทศอ่อน ๆ แฝงอยู่จากการคั่วปรุงแต่ง
  • การนำไปชง :
    • เมนูนม : ชาไทยเย็น, ชานมไข่มุก (บางสูตรใช้ชาแดงผสม), ชาไทยปั่น
    • เมนูใส : ชามะนาว, ชาดำเย็น (ใช้น้ำชาแดงมาทำแบบไม่ใส่นม)
ชาเขียว ชาแดง และชาดำ ต่างกันอย่างไร ทั้งที่มาจากต้นเดียวกัน กระบวนการผลิต รสชาติ ที่แตกต่าง

ชาดำคือชาที่ผ่านกระบวนการออกซิเดชันแบบสมบูรณ์ 100% ใบชาจะถูกนำมานวดเพื่อทำลายเซลล์ใบ ปล่อยให้เอนไซม์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศอย่างเต็มที่จนใบชาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ กระบวนการนี้ทำให้ชาดำมีรสชาติที่เข้มข้นที่สุด มีความฝาดสูง และมีปริมาณคาเฟอีนมากกว่าชาเขียว

  • ลักษณะ : ใบชาแห้งมีสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ น้ำชาที่ชงออกมามีสีแดงเข้ม อมน้ำตาล หรือสีทองแดง
  • รสชาติและกลิ่น : รสชาติเข้มข้น มีความฝาดชัดเจนเพื่อตัดความเลี่ยน กลิ่นหอมคล้ายมอลต์ น้ำผึ้ง คาราเมล หรือผลไม้สุก
  • การนำไปชง :
    • เอิร์ลเกรย์ (Earl Grey), อิงลิชเบรกฟาสต์ (English Breakfast)
    • เป็นเบสสำหรับชานมไข่มุกไต้หวัน, ชาผลไม้สไตล์พรีเมียม (เช่น ชาดำพีช, ชาดำสตรอว์เบอร์รี), ชาผสมน้ำผลไม้สกัดเย็น
คุณสมบัติชาเขียว (Green Tea)ชาแดง (Thai Red Tea)ชาดำ (Black Tea)
ระดับการหมักไม่หมัก (0%)หมัก/กึ่งหมัก + ปรุงแต่งสีกลิ่นหมักสมบูรณ์ (100%)
สีน้ำชาเขียวอ่อน, เหลืองอมเขียวส้มแดง, แดงอิฐแดงเข้ม, น้ำตาลอมทองแดง
ระดับความฝาดน้อย – ปานกลางปานกลาง – มากมาก
คาเฟอีนต่ำ – ปานกลางปานกลาง – สูงสูง
การจับคู่ที่เหมาะสมชาใส, น้ำผึ้ง, เลมอน, ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานนมข้นหวาน, นมข้นจืด, ครีมเทียมนมสด, ไซรัปผลไม้, ครีมชีส

การมีใบชาคุณภาพดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ “เทคนิคการชง” คือสิ่งที่จะดึงรสชาติของใบชาออกมา ชาแต่ละประเภทต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน :

1. อุณหภูมิน้ำ :

Advertisements
  • ชาเขียว : ไม่ควรใช้น้ำเดือดจัด อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 70-80 องศาเซลเซียส หากใช้น้ำร้อนจัดจะทำให้ชาเขียวมีรสขมฝาดและสูญเสียกลิ่นหอมธรรมชาติไป
  • ชาแดง และ ชาดำ : ต้องการอุณหภูมิน้ำที่สูงกว่า เพื่อสกัดสี รสชาติ และบอดี้ของชาออกมาให้เต็มที่ ควรใช้น้ำที่อุณหภูมิประมาณ 90-100 องศาเซลเซียส (น้ำเดือด)

2. เวลาในการสกัด :

  • ชาเขียว (สำหรับทำเมนูใส) : แช่ใบชาเพียง 2-3 นาที หากนานกว่านี้จะขม
  • ชาแดง/ชาไทย (สำหรับทำเมนูนม) : มักใช้วิธีการชงผ่านถุงกรองชา (สลับไปมา) หรือเครื่องชง Espresso Machine หากแช่ ควรแช่ประมาณ 3-5 นาที เพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่สามารถสู้กับความมันของนมได้
  • ชาดำ : แช่ประมาณ 3-5 นาที หากต้องการทำเป็นเบสชานมผลไม้ อาจแช่ 4 นาที เพื่อให้ได้ความฝาดพอดีที่จะตัดกับความหวานของไซรัป
ถาม : ชาเขียว ชาแดง และชาดำ ชนิดไหนมีคาเฟอีนมากที่สุด?

ตอบ : โดยทั่วไปชาดำจะมีปริมาณคาเฟอีนสูงที่สุด รองลงมาคือชาแดง (ชาไทย) และชาเขียวจะมีคาเฟอีนน้อยที่สุด เนื่องจากกระบวนการหมักสมบูรณ์ในชาดำทำให้โครงสร้างทางเคมีของคาเฟอีนถูกสกัดออกมาได้ง่ายเมื่อโดนน้ำร้อนจัด อย่างไรก็ตาม ปริมาณคาเฟอีนอาจเปลี่ยนตามสายพันธุ์ของต้นชาและอุณหภูมิน้ำที่ใช้ชงด้วย

ถาม : สามารถใช้ชาดำแทนชาแดงในการทำเมนูชาไทยนมได้หรือไม่?

ตอบ : สามารถทำได้ แต่จะไม่ได้เครื่องดื่มที่เรียกว่า “ชาไทย” แบบดั้งเดิม การใช้ชาดำชงกับนมจะได้รสชาติคล้ายชานมไต้หวัน หรือ ชานมอังกฤษ ซึ่งมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่ใช่สีส้มแดง และกลิ่นจะออกไปทางมอลต์หรือคาราเมล มากกว่ากลิ่นเครื่องเทศวานิลลาอันเป็นเอกลักษณ์ของชาแดง (ชาไทย)

ถาม : วิธีเก็บรักษาใบชาทั้ง 3 ชนิดให้อยู่ได้นานและกลิ่นไม่หายทำอย่างไร?

ตอบ : การเก็บรักษาใบชาคือต้องระวัง “แสง ความชื้น อากาศ และกลิ่นแปลกปลอม” ควรเก็บใบชาในภาชนะทึบแสง ปิดสนิทสุญญากาศ (เช่น กระป๋องอลูมิเนียม หรือถุงฟอยล์ซิปล็อค) วางไว้ในอุณหภูมิห้องที่เย็นและแห้ง ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะชาจะดูดซับกลิ่นอาหารและความชื้น ซึ่งจะทำให้กลิ่นหอมของชาเสียไป

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร้านคาเฟ่หรือแฟรนไชส์ของคุณ คือ “วัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน” และ “รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์” หากคุณเป็นผู้ประกอบการร้านคาเฟ่ที่มีหลายสาขา เจ้าของแฟรนไชส์ชานมไข่มุก (ไม่ว่าจะเป็นเรท 19 บาท หรือ 25 บาท) แบรนด์กาแฟ หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาพาร์ทเนอร์ โรงงานชา Bluemocha (บลูมอคค่า) โรงงานชาเชียงใหม่ พร้อมตอบโจทย์ด้วยบริการรับผลิตชา OEM&ODM แบบครบวงจร เรามีพร้อมสนับสนุนธุรกิจคุณ ดังนี้ :

ชาเขียวชาแดงและชาดำต่างกันอย่างไร ทั้งที่มาจากต้นเดียวกัน กระบวนการผลิต รสชาติ ที่แตกต่าง
  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 19 ปี : เราไม่ได้เป็นแค่โรงงานผลิต แต่เป็นที่ปรึกษาที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับธุรกิจชา-กาแฟ เพื่อให้แบรนด์ของคุณเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
  • วัตถุดิบหลากหลายกว่า 50 รายการ : เราคัดสรรใบชาคุณภาพด้วยกรรมวิธีที่สะอาด ถูกหลักอนามัย มีให้เลือกทั้งใบชาจากแหล่งเพาะปลูกชั้นนำในไทยและนำเข้าจากต่างประเทศ
  • สร้างความต่างด้วยสูตรของคุณเอง (OEM&ODM) : หากคุณต้องการรสชาติที่ไม่เหมือนใคร เราสามารถพัฒนาสูตรชาและผลิตให้ตรงตามความต้องการ เพื่อชูรสชาติเมนูเครื่องดื่มในร้านให้อร่อยโดนใจลูกค้าทุกแก้ว
  • กำลังการผลิตสูงและได้มาตรฐานสากล : เรามีสต็อกรองรับความต้องการปริมาณมาก มั่นใจได้ในความปลอดภัยเพราะโรงงานผ่านการรับรองมาตรฐาน HACCP, GHPs, อย., USFDA และเครื่องหมายฮาลาล (HALAL)
  • บริการออกแบบฟรีแบบครบจบ : ช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจคุณด้วยบริการออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ฟรี ตามความต้องการของคุณ
  • จัดส่งครอบคลุมทั่วโลก : เราพร้อมจัดส่งสินค้าทั้งในประเทศไทย และส่งออกด้วยมาตรฐานคุณภาพที่ได้รับการยอมรับแล้วกว่า 18 ประเทศทั่วโลก

ไม่ว่าคุณจะอยากเริ่มต้นสร้างแบรนด์ชาเป็นของตัวเอง หรือต้องการยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบในมือ บลูมอคค่าพร้อมดูแลและส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่สุดถึงมือคุณ ติดต่อเรา LINE : @bluemochacoffee

ให้ Bluemocha ดูแลธุรกิจของคุณ เปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิดของคุณ

ผู้เขียนเรื่องราวของชา

WRITTEN BY

Jutarat S.

นักชิม นักเทส เรียกได้ว่าสายตระเวนดื่มชาทั่วเชียงใหม่ เป็นทั้งนักเขียน และนักช้อปปิ้งที่สั่งซื้อสินค้ากับทุกแพลตฟอร์ม ผู้ที่ใช้ส่วนลดได้คุ้มค่ามาก

Similar Posts