เผยสูตร! ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์ 22 ออนซ์ รสชาติกลมกล่อม หอมแอปเปิ้ล สดชื่น! พร้อมเคล็ดลับที่(ไม่)ลับ และคำนวณต้นทุนพร้อมตั้งราคาขาย

แจกสูตร! ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์ 22 ออนซ์ ชงง่าย สดชื่น เปรี้ยวหวานกำลังดี!

ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มที่มากกว่าแค่ความสดชื่น แต่ยังได้สุขภาพที่ดี “ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์” เป็นหนึ่งในเมนูที่ตอบโจทย์ มันคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหอมเข้มของชา และรสชาติเปรี้ยวหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของแอปเปิ้ลไซเดอร์ อยากรู้ว่าทำยังไงไปดูกันเลย!

Advertisements

เวลาชง : 10 นาที/แก้ว

ระดับความยาก : ง่าย

ต้นทุนต่อแก้ว : 46.72 บาท

ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์ 22 ออนซ์

Bluemocha แนะนำ

สนใจอยากได้ราคาส่ง เริ่มต้น 6 กิโลกรัมขึ้นไป แอดไลน์ @bluemochacoffee

ก่อนจะไปที่สูตร เรามาทำความเข้าใจ “แอปเปิ้ลไซเดอร์” ของเราก่อน หรือชื่อไทยเรียกว่า “น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล” ไม่ได้ผ่านกระบวนการกรองหรือกลั่น ทำให้มีตะกอนขุ่น ๆ ซึ่งเป็น “แบคทีเรียดี” (Probiotics) แอปเปิลไซเดอร์ได้จากการหมักน้ำแอปเปิลโดยผ่านกระบวนการหมัก 2 ขั้นตอน คือ หมักหรือบ่มแอปเปิ้ลกับยีสต์ จนเกิดกรดน้ำส้มหรือกรดอะซิติก (Acetic Acid) ซึ่งกรดอะซิติก เป็นสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ในการดูแลสุขภาพ นี่คือส่วนที่มีประโยชน์ที่สุด มีรสชาติเปรี้ยวจัด มีกลิ่นเฉพาะตัว

  • ชาสด (Bluemocha) 14 กรัม
  • แอปเปิ้ลไซเดอร์ 30 มิลลิลิตร
  • น้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร
  • เนื้อแอปเปิ้ลหั่นเต๋า (สำหรับใส่ในเชคเกอร์ และสำหรับตกแต่ง)
  • แอปเปิ้ลฝาน (สำหรับตกแต่ง)
  • น้ำแข็ง

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมชา

  • สกัดหรือแช่ “ชาสด” 14 กรัม จนได้น้ำชาสด 180 มิลลิลิตร
ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์ 22 ออนซ์ สกัดหรือแช่
สกัดหรือแช่ “ชาสด” 14 กรัม จนได้น้ำชาสด 180 มิลลิลิตร

ขั้นตอนที่ 2 : ผสม

Advertisements
  • เทน้ำชาสด 180 มิลลิลิตร และแอปเปิ้ลไซเดอร์
    30 มิลลิลิตร ลงในเชคเกอร์
เทน้ำชาสด 180 มิลลิลิตร และแอปเปิ้ลไซเดอร์ 30 มิลลิลิตร ลงในเชคเกอร์
เทน้ำชาสด 180 มิลลิลิตร และแอปเปิ้ลไซเดอร์
30 มิลลิลิตร ลงในเชคเกอร์
  • ตามด้วยน้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร และตักเนื้อแอปเปิ้ลหั่นเต๋า ใส่ตามลงไปในเชคเกอร์
ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์ 22 ออนซ์ ตามด้วยน้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร และตักเนื้อแอปเปิ้ลหั่นเต๋า ใส่ตามลงไปในเชคเกอร์
ตามด้วยน้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร และตักเนื้อแอปเปิ้ลหั่นเต๋า ใส่ตามลงไปในเชคเกอร์
  • เติมน้ำแข็งลงในเชคเกอร์พอประมาณ
เติมน้ำแข็งลงในเชคเกอร์พอประมาณ
เติมน้ำแข็งลงในเชคเกอร์พอประมาณ
  • แล้วเขย่า 10-15 วินาที เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันและเกิดความเย็น
ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์ 22 ออนซ์ แล้วเขย่า 10-15 วินาที เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันและเกิดความเย็น
แล้วเขย่า 10-15 วินาที เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันและเกิดความเย็น

ขั้นตอนที่ 3 : เสิร์ฟ

  • เทเครื่องดื่มที่เขย่าแล้วทั้งหมด (พร้อมน้ำแข็งและเนื้อแอปเปิ้ลในเชคเกอร์) ลงในแก้วเสิร์ฟขนาด 22 ออนซ์
เทเครื่องดื่มที่เขย่าแล้วทั้งหมด (พร้อมน้ำแข็งและเนื้อแอปเปิ้ลในเชคเกอร์) ลงในแก้วเสิร์ฟขนาด 22 ออนซ์
เทเครื่องดื่มที่เขย่าแล้วทั้งหมด (พร้อมน้ำแข็งและเนื้อแอปเปิ้ลในเชคเกอร์) ลงในแก้วเสิร์ฟขนาด 22 ออนซ์
  • เติมน้ำแข็งเพิ่มให้เต็มแก้ว
ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์ 22 ออนซ์ เติมน้ำแข็งเพิ่มให้เต็มแก้ว
เติมน้ำแข็งเพิ่มให้เต็มแก้ว
  • จากนั้นตกแต่งด้านบนด้วยเนื้อแอปเปิ้ลหั่นเต๋าและแอปเปิ้ลฝานบาง ๆ เพื่อความสวยงาม
จากนั้นตกแต่งด้านบนด้วยเนื้อแอปเปิ้ลหั่นเต๋าและแอปเปิ้ลฝานบาง ๆ เพื่อความสวยงาม
จากนั้นตกแต่งด้านบนด้วยเนื้อแอปเปิ้ลหั่นเต๋าและแอปเปิ้ลฝานบาง ๆ เพื่อความสวยงาม

Bluemocha แนะนำ

  • เกลือตัดรส : ถ้ายังมีรสชาติเปรี้ยวแหลมจากแอปเปิ้ลไซเดอร์ แนะนำให่้ใส่เกลือชมพู หรือเกลือทะเล 1 หยิบมือ (เล็กน้อยจริงๆ) ลงไปในเชคเกอร์พร้อมกับน้ำผึ้งและแอปเปิ้ลไซเดอร์ เกลือจะไปตัดรสเปรี้ยวที่บาดคอ และช่วย “ชู” รสหวานหอมของน้ำผึ้งและกลิ่นคั่วของชาให้ชัดเจนขึ้นทันที
  • ชงเข้ม แต่ไม่นาน : แช่ชานานเกินไป 10-15 นาที จะทำให้มีความฝาด และเมื่อความฝาดเจอกับความเปรี้ยว รสชาติจะแย่มาก ดังนั้นให้ใช้ “เวลาแช่สั้นลง” 3-5 นาที จะได้ “ความหอม” และ “ความเข้ม” โดยที่ “ความฝาด” ยังไม่ตามออกมา
  • รสชาติชากลมกล่อม : ห้ามเทแอปเปิ้ลไซเดอร์หรือน้ำผึ้ง ลงในน้ำชาที่เพิ่งต้มเดือดเด็ดขาด ดังนั้นให้คุณชงชาให้เสร็จก่อน แล้วรอให้อุณหภูมิลดลง แล้วจึงค่อยเติมแอปเปิ้ลไซเดอร์ และน้ำผึ้งลงไป
  • บดแอปเปิ้ลสด : ก่อนเทส่วนผสมใด ๆ ลงในเชคเกอร์ ให้คุณหั่น แอปเปิ้ลเขียวหรือแดง 1-2 ชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปก่อน แล้วใช้ช้อน “บด” เล็กน้อยให้น้ำมันหอมระเหยที่เปลือกและน้ำแอปเปิ้ลออกมา กลิ่นหอมสดชื่นของแอปเปิ้ลสด จะช่วยเชื่อมกลิ่นชา กับกลิ่นหมักแอปเปิ้ลไซเดอร์ให้เข้ากัน
  • เพิ่มฟองซ่า : หลังจากที่คุณผสม ชา + แอปเปิ้ลไซเดอร์ + น้ำผึ้ง + เกลือ ในเชคเกอร์ แล้วเทลงในแก้วที่มีน้ำแข็งแล้ว ให้คุณใส่ “โซดา” หรือ “น้ำแร่แบบมีฟอง” ความซ่าจะช่วยลดทอนกลิ่นหมัก และทำให้เครื่องดื่มแก้วนี้สดชื่นขึ้น 10 เท่าทันที
วัตถุดิบปริมาณต้นทุน (โดยประมาณ)
ชาสด3 ช้อนชา3.50 บาท
แอปเปิ้ลไซเดอร์50 มิลลิลิตร19.18 บาท
น้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร5.17 บาท
เนื้อแอปเปิ้ลครึ่งลูก8.63 บาท
น้ำแข็ง200 กรัม0.20 บาท
รวมเฉลี่ย46.72 บาท

เกร็ดความรู้

  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด : ประโยชน์ที่ได้รับการศึกษามากที่สุด “กรดอะซิติก” (Acetic Acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักใน ACV ถูกพบว่าอาจช่วยปรับปรุงความไวของอินซูลิน และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนนิยมดื่มก่อนมื้ออาหาร
  • ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก : ไม่ใช่ยาละลายไขมัน แต่กรดอะซิติกอาจช่วย “เพิ่มความรู้สึกอิ่ม” ทำให้เรารู้สึกอิ่มนานขึ้น ทานอาหารมื้อต่อไปได้น้อยลง เมื่อรับประทานอย่างต่อเนื่องร่วมกับการคุมอาหารและออกกำลังกาย จึงอาจเป็นตัวช่วยทางอ้อมในการคุมน้ำหนัก
  • อาจช่วยสนับสนุนการย่อยอาหาร : สำหรับคนที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อยเนื่องจากมีกรดในกระเพาะต่ำ (ไม่ใช่ภาวะกรดไหลย้อน) การดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์ เจือจางก่อนมื้ออาหาร อาจช่วยกระตุ้นการผลิตกรด

ต้นทุนวัตถุดิบ 46.72 บาท + บวกค่า Packaging (แก้ว 22 ออนซ์, ฝา, หลอด, ถุงหิ้ว) ประมาณ 3.00 บาท “ต้นทุนรวม 46.72 + 3.00 = 49.72 บาท” โดยทั่วไป ธุรกิจร้านกาแฟและเครื่องดื่ม จะตั้งเป้าหมายต้นทุนไว้ที่ประมาณ 25% – 35% ของราคาขาย

  • ถ้าต้นทุนที่ 35% :
    • ราคาขาย = 49.72 / 0.35 = 142.05 บาท
  • ถ้าต้นทุนที่ 30% :
    • ราคาขาย = 49.72 / 0.30 = 165.73 บาท
  • ถ้าตั้งทุนที่ 25% :
    • ราคาขาย = 49.72 / 0.25 = 198.88 บาท

ราคา 165 บาท สำหรับ “ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์ 22 ออนซ์” เป็นราคาที่ “สมเหตุสมผลที่สุด” และสำหรับใครที่อยากได้สูตรอื่น ๆ Bluemocha มีสูตรชงเครื่องดื่มอีกมากกว่า 200 สูตรให้คุณเลือก ทั้งสูตรเมนูปั่น, สูตรเมนูร้อน, สูตรเมนูเย็น และสูตรชาลิตร คลิกด้านล่างได้เลย!

  • ถาม : สามารถใช้ชาชนิดอื่นแทน “ชาสด” ได้หรือไม่?
    • ตอบ : ทำได้ แต่รสชาติจะเปลี่ยนไป ใช้ชาสด หรือชาอัสสัม เพราะเป็นชาที่มี “กลิ่น” ที่เข้มพอจะ “สู้” กับรสเปรี้ยวหวานของไซรัปและน้ำผึ้งได้ โดยที่กลิ่นชาไม่จมหายไป หากใช้ชาเขียว/ชามะลิ กลิ่นชาจะเบาบางมาก อาจถูกไซรัปกลบจนหมด ลองใช้ชาซีลอน หรือชาเอิร์ลเกรย์ก็สามารถใช้ได้ดี ให้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไปอีกแบบ
  • ถาม : ทำไมชง “ชาสด” แล้วรสชาติฝาด หรือ ขม?
    • ตอบ : : สาเหตุหลักของ “ความฝาด” มาจากสารแทนนินในชาออกมามากเกินไป เกิดได้จาก 3 ปัจจัย
    • น้ำร้อนเกินไป : ใช้น้ำเดือด 100°C ชงชา (โดยเฉพาะชาอัสสัม) ความร้อนสูงจะดึงความฝาดออกมา
    • แช่นานเกินไป : ยิ่งแช่ชานาน รสฝาดยิ่งออก ควบคุมเวลาให้แม่นยำ
    • การบีบคั้น : การบีบ เค้น หรือกดใบชา/ถุงชา เพื่อเอาน้ำ “หยดสุดท้าย” ออกมา คือการบีบเอาความฝาดทั้งหมดออกมา ให้กรองชาแบบปล่อยไหลตามธรรมชาติ
  • ถาม : สามารถต้ม “เบสชาสด” พักไว้ล่วงหน้าได้หรือไม่?
    • ตอบ : ทำได้ เป็นวิธีทำงานของร้านคาเฟ่ คุณสามารถต้มชาในปริมาณมากตามสูตรที่นิ่งแล้ว กรองกากชาออก พักให้เย็น แล้วเก็บในเหยือกหรือภาชนะที่ปิดสนิทแช่ในตู้เย็น
    • ข้อดี : ชงเสิร์ฟได้เร็วมาก รสชาตินิ่งทุกแก้ว
    • ข้อควรระวัง : เบสชาที่ต้มแล้วจะมีกลิ่นหอมที่สุดใน 1-2 วัน ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 48 ชั่วโมง เพราะกลิ่นหอมจะเริ่มจางลง

การมีสูตร “ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สำหรับเจ้าของร้านกาแฟ ที่ต้องการสร้าง “เอกลักษณ์” และ “การควบคุมต้นทุน” Bluemocha ไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายวัตถุดิบ แต่ยังมี “บริการรับผลิตชา OEM & ODM ครบวงจร”

  • OEM (Original Equipment Manufacturer) : หากคุณมีสูตรเบลนด์ชาในใจอยู่แล้ว Bluemocha สามารถรับผลิตในปริมาณมากภายใต้ “แบรนด์” ของคุณเอง ช่วยให้คุณคุมต้นทุนได้นิ่ง และได้สินค้าที่เป็นแบรนด์ของคุณ เริ่มต้นเพียง 51 กิโลกรัม สามารถคละรายการสินค้าได้
  • ODM (Original Design Manufacturer) : หากคุณยังไม่มีสูตร ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Bluemocha สามารถช่วย “พัฒนาสูตร” นั้นขึ้นมาใหม่ให้คุณโดยเฉพาะ เริ่มต้นเพียง 60 กิโลกรัม

การมีชาสูตรเฉพาะของร้าน จะทำให้เมนู “ชาแอปเปิ้ลไซเดอร์” (หรือเมนูชาอื่น ๆ) ของคุณ มีรสชาติที่คู่แข่งลอกเลียนแบบไม่ได้ สร้างภาพลักษณ์ต่อแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน

“สั่งซื้อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE @bluemochacoffee คลิกเลย!”

WRITTEN BY

Anchalee J.

ยุญา สาวน้อยผู้หลงใหลงานขายไม่แพ้กับงานเขียน โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับชา รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ดังนั้น ทุกเรื่องราวที่สื่อสารออกมา จะมอบประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านอย่างแน่นอน

Similar Posts