แจกฟรี 10 สูตรชาไทย ชาเย็น เครื่องดื่มยอดนิยมขายดี
สูตรชาไทย ชาไทย ชาเย็น เมนูเครื่องดื่มยอดฮิตที่ทุกร้านต้องมี เมนูเครื่องดื่มสีส้มสุดอร่อย หอมเข้มข้น และถือเป็นเมนูในดวงใจของใครหลาย ๆ คน รวมไปถึงอาจจะเป็นเมนูช่วยเรียกยอดขายให้กับร้านเครื่องดื่มหลาย ๆ ร้านเลยก็ว่าได้
ซึ่งเมนู ชาไทย หรือชาเย็นนี้ จะใช้ผงชาไทยหรือที่บางคนเรียกว่าผงชาแดง ในการทำเครื่องดื่ม ซึ่งแนะนำว่าควรเลือกใช้ผงชาไทยที่มีคุณภาพ อย่างผงชาไทยพรีเมียม ผงชาแดงโกลด์ ที่ผ่านกรรมวิธีอย่างพิถีพิถัน เพราะจะช่วยชูรสชาติให้เครื่องดื่มอร่อยกลมกล่อม มีรสชาติของชาที่เข้มข้น ไม่มีรสชาติฝาด แถมยังให้สีที่สวยงาม
วันนี้ทาง bluemocha เราจึงไม่พลาดที่จะนำ สูตรชาไทย มาแบ่งปันกัน ใครที่เปิดร้านเครื่องดื่ม กำลังจะวางแผนเปิดร้าน หรือจะทำดื่มเองที่บ้าน ลองนำสูตรต่าง ๆ เหล่านี้ไปชงตามกันได้เลย และถ้าใครที่อยากจะประหยัดเวลาในการชงเครื่องดื่ม แนะนำให้ทำหัวเชื้อชาไทย หรือเบสชาไว้เลยจะช่วยให้คุณสะดวกมากขึ้น พร้อมแล้วเรามาดูวิธีชงชาไทย วิธีชงชาเย็นกันได้เลย
แจก สูตรชาไทย (Thai Tea) ชาเย็น
1. ชาไทยโกโก้

ส่วนผสม (แก้ว 12 ออนซ์)
- ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำร้อน 20 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร
- ใบชาแดงพรีเมียม 1 ช้อนโต๊ะ
- นมสด 100 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- ตักผงโกโก้ใส่ถ้วยตวง เทน้ำร้อนตามลงไป แล้วคนให้ละลาย
- แล้วเติมนมข้นหวานลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วให้เทใส่แก้ว
- จากนั้นให้ตักใบชาแดงใส่ก้านชง นำเข้าเครื่องชงแล้วทำการพักชา 20 วิ
- แล้วกดให้ได้น้ำชา 2 ออนซ์
- จากนั้นนำน้ำชาที่ได้ใส่ในกระบอกเชค ตักน้ำแข็งใส่พอเล็กน้อย เขย่าให้เข้ากัน
- หลังจากเตรียมส่วนผสมเสร็จแล้ว ให้ตักน้ำแข็งใส่ในแก้วที่มีโกโก้
- แล้วให้เทนมสดลงไป
- จากนั้นค่อยเทชาแดงตามลงไป ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว
2. ชาไทยเข้มข้น

ส่วนผสม (แก้ว 12 ออนซ์)
- ใบชาแดงพรีเมียม 2 ช้อนโต๊ะ
- ครีมเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นหวาน 25 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- ตักใบชาใส่ก้านชง นำเข้าเครื่องชงแล้วทำการพักชา 20 วิ
- แล้วกดน้ำชาให้ได้ปริมาณ 100 มิลลิลิตร
- เสร็จแล้วให้เติมครีมเทียม คนให้ละลายจนหมด
- แล้วให้เติมนมข้นหวาน นมสด คนให้เข้ากันอีกครั้ง
- ตักน้ำแข็งใส่ในแก้ว
- แล้วให้เทชาไทยลงไป เป็นอันเสร็จ
3. ชาไทยชาเขียว

ส่วนผสม (แก้ว 20 ออนซ์)
- น้ำชาเขียว 60 มิลลิลิตร
- น้ำชาแดง 60 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 45 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- นำน้ำชาแดง มาผสมกับนมข้นหวาน คนให้เข้ากัน
- แล้วให้เติมนมสดลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วพักทิ้งไว้
- ส่วนน้ำชาเขียวให้ผสมกับนมสดเพียงเล็กน้อย คนให้เข้ากัน เพื่อให้ได้สีที่นุ่มละมุน
- เสร็จแล้วให้เทน้ำชาแดงลงในแก้วที่เตรียมไว้
- แล้วตักน้ำแข็งใส่ลงไป
- จากนั้นให้ค่อย ๆ เทชาเขียวตามลงไปด้านบน
4. ชาไทยไต้หวัน

ส่วนผสม (แก้ว 20 ออนซ์)
- น้ำชาแดง 60 มิลลิลิตร
- น้ำชาไต้หวัน 60 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 45 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- นำน้ำชาไต้หวัน มาผสมกับนมข้นหวาน แล้วคนให้เข้ากัน
- เสร็จแล้วให้เติมนมสดลงไป แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จแล้วให้พักทิ้งไว้
- จากนั้นให้นำน้ำชาแดง มาผสมกับนมสดเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
- แล้วให้เทชาไต้หวันลงในแก้วที่เตรียมไว้
- แล้วตักน้ำแข็งลงในแก้ว
- เสร็จแล้วให้ค่อย ๆ เทชาแดงตามลงไป ก็เสร็จแล้ว
5. ชาไทยวิปโอริโอ้

ส่วนผสม (แก้ว 20 ออนซ์)
- น้ำชาแดง 120 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร
- โอริโอ้ 3 ชิ้น
- วิปครีม
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- เตรียมนมสดและนมข้นหวานมาผสมกัน แล้วคนให้ละลายเข้าด้วยกัน
- จากนั้นให้นำโอริโอ้มาบดพอหยาบ หรือบละเอียดแล้วแต่ความชอบ
- เสร็จแล้วให้เทส่วนผสมนมลงในแก้วที่เตรียมไว้
- แล้วตักน้ำแข็งใส่ลงไปจนเต็มแก้ว
- แล้วค่อย ๆ เทน้ำชาแดงลงไป และให้ท็อปปิ้งด้านบนด้วยวิปครีม
- แล้วนำโอริโอ้ที่บดไว้ตักใส่ด้านบน เพิ่มใบสาระแหน่ให้ดูสวยงามก็เป็นอันเสร็จ
6. ชาไทยฝอยทอง

ส่วนผสม (แก้ว 20 ออนซ์)
- น้ำชาแดง 120 มิลลิลิตร
- ครีมเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- วิปครีม
- ฝอยทอง
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- นำครีมเทียมตักใส่ในน้ำชาแดง แล้วคนให้ละลายจนหมด
- แล้วให้เติมนมข้นหวาน นมสด ลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
- ตักน้ำแข็งใส่ในแก้วที่เตรียมไว้
- แล้วให้เทส่วนผสมทั้งหมดลงในแก้ว
- บีบวิปครีมเพิ่มความน่าลิ้มลอง และตกแต่งด้วยฝอยทอง ก็เสร็จแล้ว
7. ชาไทยอัญชัน

ส่วนผสม (แก้ว 20 ออนซ์)
- น้ำชาแดง 60 มิลลิลิตร
- น้ำอัญชัน 60 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 45 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- นำน้ำชาแดง มาผสมกับนมข้นหวาน คนให้นมข้นละลาย
- แล้วให้เติมนมสดลงไป คนอีกครั้งให้ส่วนผสมเข้ากัน
- จากนั้นให้นำน้ำอัญชันที่มีมาผสมกับนมสดเล็กน้อย คนเพื่อให้ได้สีที่สวยงาม
- เสร็จแล้วให้เทน้ำชาแดงลงในแก้วที่เตรียมไว้ก่อน
- แล้วตักน้ำแข็งตามลงไป
- แล้วราดด้านบนด้วยน้ำอัญชัน ก็เสิร์ฟได้แล้ว
8. ชาไทยกาแฟ

ส่วนผสม (แก้ว 20 ออนซ์)
- เอรสเพรสโซ 30 มิลลิลิตร
- น้ำชาแดง 90 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- นำน้ำชาแดง และนมข้นหวาน ผสมกัน แล้วคนให้ละลาย
- แล้วให้เติมนมสดลงไป แล้วคนอีกครั้งให้เข้ากัน
- จากนั้นให้ตักน้ำแข็งใส่แก้วที่เตรียมไว้
- เทส่วนผสมชาแดงลงไป
- แล้วค่อย ๆ เทเอสเพรสโซตามลงไป เท่านี้ก็เสร็จแล้ว
9. ชาไทยเฉาก๊วย

ส่วนผสม (แก้ว 20 ออนซ์)
- น้ำชาแดง 120 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร
- ครีมเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
- เฉาก๊วย
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- นำน้ำชาแดง มาผสมกับครีมเทียม คนให้ละลายจนหมด
- แล้วเติมนมข้นหวาน นมสด ลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
- เสร็จแล้วให้ตักน้ำแข็งใส่ในแก้ว
- แล้วค่อย ๆ เทชาแดงลงไปจนเต็มแก้ว
- ตกแต่งด้วยเฉาก๊วยด้านบน ให้น่าลิ้มลอง เป็นอันเสร็จ
10. ชาไทยไวท์มอลต์ภูเขาไฟ

ส่วนผสม (แก้ว 20 ออนซ์)
- น้ำชาแดง 50 มิลลิลิตร
- ผงโอวัลตินไวท์มอลต์ 3 ช้อนชา
- น้ำร้อน 30 มิลลิลิตร
- นมข้นจืด 120 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 30 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ ชาไทย
- ทำ ชาไทย ไวท์มอลต์ภูเขาไฟง่าย ๆ เริ่มจาก นำโอวัลตินไวท์มอลต์ 3 ช้อนชา ผสมกับน้ำร้อน แล้วคนให้ละลาย
- เสร็จแล้วให้เติมนมข้นหวาน นมข้นจืดลงไป แล้วคนอีกครั้งให้ส่วนผสมเข้ากัน
- จากนั้นให้ตักน้ำแข็งใส่ในแก้ว
- แล้วค่อย ๆ เทส่วนผสมโอวัลตินลงในแก้ว
- เสร็จแล้วให้นำน้ำชาแดงผสมกับนมสดเล็กน้อย คนให้ได้สีที่สวยงาม แล้วราดลงด้านบน
- แล้วให้ตักผงโอวัลตินโรยด้านบนให้พูน ๆ คล้ายทรงภูเขาไฟ เป็นอันเสร็จ
**เพิ่มเติม**
– สามารถทำเบสชาสำหรับใช้ชงเครื่องดื่มไว้ได้เลย เพื่อประหยัดเวลาในการชงเครื่องดื่มให้ลูกค้า
ชาไทยผสมอะไรบ้าง ส่วนผสมหลักที่ใช้ในการทำชาไทย
ชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานมันและหอมเป็นเอกลักษณ์ ส่วนผสมหลักๆ ที่ใช้ในการทำชาไทยมีดังนี้

ใบชา
- โดยทั่วไปใช้ใบชาดำ (เช่น ชาซีลอน) ที่มีสีออกไปทางสีส้ม
- ผงชาไทยสำเร็จรูปที่ขายทั่วไปมักมีการผสมสีผสมอาหาร (สีส้ม) เพื่อให้ได้สีสันที่น่าดึงดูด
นมข้นหวาน
เป็นส่วนผสมหลักที่ให้ความหวานและเพิ่มความเข้มข้นให้กับชาไทย
นมข้นจืด
ช่วยเพิ่มความมันและกลมกล่อมให้กับรสชาติของชาไท
น้ำตาล
ในบางสูตรมีการเติมน้ำตาลทรายเพิ่มความหวาน
เครื่องเทศ (ในบางสูตร)
- เครื่องเทศต่างๆ เช่น โป๊ยกั๊ก กระวาน อบเชย อาจถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
- เครื่องเทศเหล่านี้มีผลให้เกิดกลิ่นที่เป้นเอกลักษณ์ของชาไทย
นอกจากส่วนผสมหลักเหล่านี้แล้ว ยังมีการปรับสูตรชาไทยให้หลากหลายมากขึ้น เช่น
- ชาไทยนมสด: ใช้นมสดแทนนมข้นจืด
- ชาไทยลาเต้: เพิ่มฟองนม
- ชาไทยมัทฉะ: ผสมผงมัทฉะเพื่อเพิ่มรสชาติ
- ชาไทยโบราณ: ใช้ส่วนผสมที่แตกต่างจากสูตรทั่วไป
ชาไทยทำไมเป็นสีส้ม
สีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของชาไทยไม่ได้เกิดจากสีของใบชาตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการเติมสีผสมอาหารลงไปในผงชา อาจมีใครหลายคนสงสัยว่าทำไมต้องเติมสีส้มลงในชาไทย เหตุผลหลักๆ มีดังต่อไปนี้

เพื่อสีสันที่น่าดึงดูด
- ชาซีลอน ซึ่งเป็นชาที่นิยมนำมาทำชาไทย มีสีออกไปทางเบจ เมื่อนำมาชงและผสมกับนม จึงมีสีที่ไม่สดใสเท่าที่ควร
- การเติมสีผสมอาหารช่วยให้ชาไทยมีสีส้มสดใส ซึ่งเป็นสีที่ดึงดูดสายตาและกระตุ้นความอยากดื่ม
สร้างเอกลักษณ์ของชาไทย
- ชาซีลอน ซึ่งเป็นชาที่นิยมนำมาทำชาไทย มีสีออกไปทางเบจ เมื่อนำมาชงและผสมกับนม จึงมีสีที่ไม่สดใสเท่าที่ควร
- การเติมสีผสมอาหารช่วยให้ชาไทยมีสีส้มสดใส ซึ่งเป็นสีที่ดึงดูดสายตาและกระตุ้นความอยากดื่ม
ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
สีผสมอาหารที่ใช้
- สีผสมอาหารที่นิยมใช้ในการทำชาไทยคือ “Sunset Yellow FCF”
- แต่ในปัจจุบัน เริ่มมีการตระหนักถึงอันตรายจากสารตัวนี้มากยิ่งขึ้น และในยุโรปได้มีการแบนสีตัวนี้ไปแล้ว โดยปัจจุบันความนิยมของ ชาไทยไม่แต่งสี ได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น หลายคนให้ความสนใจและหันมาดื่มชาไทยไร้สีมากขึ้นกว่าเดิม
ข้อควรระวัง
- ผู้บริโภคควรเลือกซื้อชาไทยจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ (แนะนำชาไทยพรีเมียม ตราบลูมอคค่า)
- และควรบริโภคชาไทยแต่พอดี เนื่องจากมีน้ำตาล และไขมันในปริมาณที่สูง
ประโยชน์และสรรพคุณของชาไทย
แม้ว่าชาไทยจะมีรสชาติอร่อยถูกปาก แต่เนื่องจากส่วนผสมหลักคือชา นมข้นหวาน นมข้นจืด และน้ำตาล ทำให้ต้องระวังการบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อระวัง เรายังมีประโยชน์ ข้อดี สรรพคุณของชาไทย ดังต่อไปนี้

ประโยชน์และสรรพคุณของชาไทย
1. สารต้านอนุมูลอิสระ
ชาไทยมีสารต้านอนุมูลอิสระจากชา ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสียหาย และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิด
2. เพิ่มความตื่นตัว
คาเฟอีนในชาช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้รู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิมากขึ้น
3. ส่งเสริมระบบประสาท
สารแทนนินในชาอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท
4. ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร
มีส่วนช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร
ชาไทยมีกี่แคลอรี่

ชาไทย 1 แก้วมีกี่แคล เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ จึงแสดงข้อมูลในรูปแบบของตาราง ดังต่อไปนี้
| ประเภทของชาไทย | ปริมาณแคลอรี่โดยประมาณ (ต่อแก้ว 200 มล.) | หมายเหตุ |
| ชาไทยสูตรดั้งเดิม | 300-400 กิโลแคลอรี | ใส่นมข้นหวานและนมข้นจืดในปริมาณมาก |
| ชาไทยนมสด | 200-300 กิโลแคลอรี | ใช้นมสดแทนนมข้นจืด ทำให้ปริมาณแคลอรี่ลดลง |
| ชาไทยสูตรลดน้ำตาล | 150-250 กิโลแคลอรี | ลดปริมาณนมข้นหวานและน้ำตาลทราย |
| ชาไทยลาเต้ | 250-350 กิโลแคลอรี | มีการเติมฟองนมเพิ่ม ทำให้ปริมาณแคลอรี่เพิ่มขึ้น |
| ชาไทยปั่น | 300-450 กิโลแคลอรี | มีการเติมน้ำแข็งปั่นและอาจมีส่วนผสมอื่นๆ เช่น วิปครีม |
| ชาไทยสำเร็จรูป (บรรจุขวด) | 150-250 กิโลแคลอรี | ปริมาณแคลอรี่ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและส่วนผสม |
เคล็ดลับผิวสวยด้วยชาไทย การนำชาไทยมาใช้ดูแลผิว

สารต้านอนุมูลอิสระในชาไทย
- ชาไทยมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งมีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
- อนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรที่สามารถทำลายเซลล์ผิว ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำ และปัญหาผิวต่างๆ
- สารต้านอนุมูลอิสระในชาไทยช่วยลดการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใส
- การมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระนี้ มีผลให้มีการชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้
ประโยชน์ของชาไทยต่อผิวพรรณ
- ลดการอักเสบของผิว สารต้านอนุมูลอิสระในชาไทยช่วยลดการอักเสบของผิวที่เกิดจากสิว ผื่นแพ้ หรือการระคายเคือง
- ชะลอการเกิดริ้วรอย สารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอย
- ปรับสีผิวให้กระจ่างใส ชาไทยช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวดูสว่างใสและลดเลือนจุดด่างดำ
- เพิ่มความชุ่มชื้น ชาไทยมีสารที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวไม่แห้งกร้านและดูมีสุขภาพดี
การนำชาไทยมาใช้ดูแลผิว
- มาสก์หน้าชาไทย ผสมผงชาไทยกับน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ต แล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก
- โทนเนอร์ชาไทย นำชาไทยที่ชงแล้วมาเช็ดหน้า เพื่อปรับสมดุลค่า pH ของผิวและลดความมัน
- สครับผิวชาไทย ผสมผงชาไทยกับน้ำตาลหรือข้าวโอ๊ต แล้วนำมาสครับผิวเบาๆ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
- อาบน้ำชาไทย เติมชาไทยที่ชงแล้วลงในอ่างอาบน้ำ เพื่อให้ผิวได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ
- ครีมบำรุงผิว การนำชาไทยมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในหลากหลายรูปแบบเช่นการเป็นส่วนผสมของครีม หรือโลชั่นต่างๆ
ข้อควรระวัง
- ชาไทยมีคาเฟอีน ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งได้ ควรดื่มน้ำตามให้เพียงพอ
- ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรทดสอบการแพ้ก่อนนำชาไทยมาใช้กับผิว
- ในชาไทยนั้น มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณที่สูง ควรพิจารณาถึงปริมาณการใช้เมื่อนำมาใช้ในการดูแลผิว
ชาไทย กับบทสรุปส่งท้าย
ชาไทย ไม่ได้ชงยากเย็นอย่างที่คิด สามารถทำตามกันได้ง่ายๆ กับ 10 สูตรชาไทย ที่เรานำมาฝากทุกๆ ท่านในวันนี้ และนอกจากชงแค่ชาไทยโดยใช้ผงชาไทยแล้วนั้น ก็ยังสามารถรังสรรค์เมนูอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน อย่างชาใส ที่สามารถชง ชามะนาว ชาดำ หรือถ้าหากใครที่ต้องการใบชาอื่น ๆ เพื่อนำมาทำเป็นเมนูเครื่องดื่มสุดอร่อยในร้าน แนะนำให้เลือกใช้ใบชาของโรงคั่วชา bluemocha เพราะมีให้เลือกมากกว่า 30 รายการ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวพรีเมียม ใบชาไต้หวันพรีเมียม ผงโกโก้ ชาพีช ชามะลิ ผงมัทฉะ และยังมีผงชาสำเร็จรูป 3in1 ที่จะช่วยคุณประหยัดเวลาในการชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า ร้านเครื่องดื่มจะดึงดูดลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องก็ต้องมีเครื่องดื่มรสชาติดี กลิ่นหอม เข้มข้น
ส่วนใครที่กำลังจะเปิดร้านใหม่ และต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านชาไข่มุก ร้านกาแฟ ก็สามารถอ่านเคล็ดลับดี ๆ ได้ที่บทความของเรา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ไซรัป นมสด น้ำตาลทราย น้ำเชื่อม หรือแม้แต่วิธีทำนมเหนียว วิธีทำพุดดิ้ง วิธีทำฟรุตสลัดผลไม้สด วิธีต้มชา 4 ลิตร และวิธีทำซอสท็อปปิ้ง เพื่อเป็นตัวเลือกให้ได้ศึกษา ทำตาม และเลือกซื้อกันตามความต้องการ หรือใครที่อยากได้สูตรชงเครื่องดื่มก็สามารถที่จะดูสูตรชงพร้อมวิธีทำของเรา แล้วนำไปปรับใช้กับร้านของคุณได้เลย
ทั้งนี้ใครที่อยากมีแบรนด์ชา เป็นเจ้าของแบรนด์ชาและทำแฟรนไชส์เอง ก็สามารถมาผลิตชา OEM กับเราได้เลย เพราะเรามีใบชาให้คุณได้เลือกมากมาย รวมถึงยังรับแกะสูตรชาที่คุณต้องการ เพราะชาOEM คือทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักชา และอยากสร้างแบรนด์ของตนเอง หากใครที่เลือกผลิตชากับเราคุณจะได้รับบริการอื่น ๆ ฟรี ! ไม่ว่าจะเป็นบริการออกแบบแพ็กเกจจิ้ง บริการออกแบบโลโก้ บริการยื่นขออย. และที่สำคัญคือขั้นต่ำการผลิตไม่สูงเหมือนที่อื่น
สินค้าอื่น ๆ












