วิธีทำวิปครีมเอง ง่าย ๆ ให้เนียนนุ่มอยู่ตัว ไม่ละลายง่าย

วิธีทำวิปครีมเอง สายทำเบเกอร์รี่ สายทำเครื่องดื่มคงหนีไม่พ้นอยู่แล้ว เพราะวิปครีมนี่แหละถือเป็นตัวช่วยดึงดูดให้เบเกอร์รี่ หรือแม้แต่เครื่องดื่ม น่าทาน น่าลิ้มลองมากขึ้น แต่หากจะซื้อวิปครีมสำเร็จรูปก็ไม่ผิด เพียงแต่วิปครีมสำเร็จรูปส่วนใหญ่ก็จะละลายไว ทำให้ลูกค้าเสียอรรถรสในการรับประทานได้ เราจึงมี วิธีทำวิปครีมเอง ที่สามารถทำได้ในปริมาณเยอะ ๆ และเพียงมีเทคนิคที่ดีก็จะทำให้ได้วิปครีมตามที่ต้องการแล้ว มาฝากกัน

ทำวิปครีมเอง ง่าย ๆ 

ส่วนผสม

  • วิปครีม 240 มิลลิลิตร (ควรใช้วิปครีมไขมันสูง 30%)
  • เจลาติน 30 กรัม (1ช้อนชา)
  • น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลไอซิ่ง (ใส่ตามความชอบที่ต้องการ)
  • น้ำเย็น 

ขั้นตอนการทำ

  • เตรียมภาชนะให้สะอาด ไร้ความมัน เพื่อขจัดความมันสามารถใช้ผ้าชุบน้ำมะนาวมาเช็ดให้ทั่ว ๆ ก่อนนำไปใช้งาน
  • นำภาชนะที่ต้องใช้ตีวิปครีม ไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 15 นาที และจากนั้นให้เตรียมภาชนะอีกใบไปใส่น้ำแข็งรองอ่างผสม เพื่อจะนำมาใส่วิปครีมที่ตีเสร็จแล้ว 
  • หลังจากนั้นให้นำเจลาตินมาผสมในน้ำเย็น ประมาณ 5-10 นาที แล้วค่อยนำไปละลายในหม้อที่มีน้ำร้อน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เจลาตินไม่ร้อนจนเกินไป แล้วพักเจลาตินทิ้งไว้
  • นำภาชนะที่จะใช้ตีวิปครีมไปวางบนภาชนะที่ใส่น้ำแข็ง แล้วเทวิปครีมที่เตรียมไว้ลงไป จากนั้นให้ใส่น้ำตาลทรายตามลงไป 
  • แล้วให้เริ่มตีด้วยความเร็ว จนกระทั่งครีมเริ่มมีความข้น ให้ใส่เจลาตินผสมลงไปแล้วตีต่อด้วยความเร็ว จนสามารถตั้งยอดได้ เพียงเท่านี้ก็ได้วิปครีมที่ต้องการแล้ว
ทำวิปครีมเอง

ซึ่งวันนี้เราก็มีเคล็ดลับมาฝาก จะช่วยให้คุณหมดปัญหาว่าทำไมวิปครีมตียากจัง ทำยังไงถึงจะให้วิปครีมอยู่ตัว และไม่ละลายง่าย ไม่เละ  

เคล็ดลับทำให้ตีวิปครีมขึ้นอยู่ตัวได้นาน

เคยเจอไหม ? บีบวิปครีมบนเครื่องดื่ม เบเกอร์รี่แล้วผ่านไปไม่นานก็ละลาย แล้วกลัวลูกค้าจะเสียอรรถรสในการดื่มเครื่องดื่มร้านคุณ และตัวช่วยที่จะทำให้วิปครีมอยู่ตัว บีบตกแต่งได้ง่าย มีหลายตัว ดังนี้

  • เจลาติน 

เชื่อว่าใครที่ตีวิปครีมเองก็คงเคยใช้มาบ้างแล้ว  เพราะเจลาตินเป็นโปรตีนที่ดูดน้ำได้ และจะเซ็ตตัวเมื่ออากาศเย็นจึงเป็นตัวช่วยทำให้วิปครีมเซ็ตตัวได้ดีขึ้น โดยปริมาณที่แนะนำใช้คือ 2-3 กรัม ต่อวิปครีม 150 กรัม  ถือเป็นตัวช่วยที่ใคร ๆ ก็นิยมใช้กันมาก

  • แป้งมัน หรือแป้งข้าวโพด 

ตัวช่วยที่หาซื้อได้ทั่วไป และมีราคาที่จับต้องได้ แป้งมันและแป้งข้าวโพด จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการจะช่วยให้วิปครีมอยู่ตัว ไม่ละลายไว ปริมาณที่แนะนำให้ใช้คือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อวิปครีม 250 มิลลิลิตร

  • น้ำตาลไอซิ่ง

อีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้วิปครีมอยู่ตัว  เพราะในน้ำตาลไอซิ่ง จะมีแป้งมันหรือแป้งข้าวโพดเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 5% เพื่อป้องกันการเกาะตัวกันของน้ำตาล อัตราส่วนที่แนะนำคือ 3 ช้อนโต๊ะ ต่อวิปครีม 250 มิลลิลิตร (เมื่อใช้น้ำตาลไอซิ่งกับวิปครีม จะทำให้มีรสสัมผัสที่ไม่นุ่มลิ้นเท่าที่ควร)

  • ผงคัสตาร์ด

หลายคนจะคุ้นเคยกับการนำไปทำเป็นไส้ขนม และหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง ซึ่งผงคัสตาร์ด จะมีแป้งข้าวโพดเป็นส่วนผสมหลัก  จึงเป็นตัวช่วยที่ทำให้วิปครีมอยู่ตัวคงรูปร่างได้ดีนั่นเอง ปริมาณที่แนะนำใช้คือ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อวิปครีม 250 กรัม

  • นมผง

ปริมาณที่แนะนำใช้คือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อครีม 250 มิลลิลิตร นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มให้วิปครีมมีรสชาติหอมกลิ่นนม ช่วยชูรสชาติและเพิ่มอรรถรสให้เครื่องดื่มน่าลื้มลองมากขึ้น

  • ช็อคโกแล็ต 

ตัวช่วยสำคัญที่ชูรสชาติของเบเกอร์รี่ เครื่องดื่ม ซึ่งในการทำวิปครีมนี้สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง ดาร์กช็อคโกแล็ต หรือไวท์ช็อคโกแล็ต ที่เป็นตัวช่วยให้วิปครีมเซ็ตตัวได้ดีขึ้น แถมยังได้รสชาติของช็อคโกแล็ตที่ช่วยเพิ่มความอร่อยของเครื่องดื่มได้อีกด้วย ปริมาณที่แนะนำใช้ 30 กรัม ต่อวิปครีม 150 กรัม 

การเพิ่มตัวช่วยทำให้วิปครีมอยู่ตัวได้นานขึ้นนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำให้วิปครีมละลาย เพราะเมื่ออยู่ในอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 32-35 องศาเซลเซียส ก็ทำให้วิปครีมละลายได้ ดังนั้นควรเก็บวิปครีมในอุณหภูมิต่ำอยู่ตลอดเวลา   

วิธีทำวิปครีมเอง

นอกจากการเพิ่มวิปครีมเป็นท็อปปิ้งบนเครื่องดื่มแล้ว ต้องอย่าลืมว่าควรมีเครื่องดื่มหลากหลายเมนูเพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าได้เลือกดื่มตามความชอบ เพราะการเพิ่มเมนูตัวเลือกพร้อมกับมีวิปครีมเป็นท็อปปิ้งจะช่วยเพิ่มมูลค่า และเพิ่มยอดขายให้กับร้านของคุณ สำหรับใครที่ต้องการใบชาเพื่อนำมาทำเป็นเครื่องดื่มในร้าน สามารถเลือกใช้ใบชาคุณภาพดีของโรงคั่วชา bluemocha ที่มีให้เลือกมากกว่า 30 รายการ ทั้งนี้เรายังมีสูตรชง และสาระความรู้อื่น ๆ อีกเพียบ

Similar Posts