วิธีตีวิปครีมให้ตั้งยอด ด้วย 6 ตัวช่วยที่หาซื้อง่าย

วิธีตีวิปครีมให้ตั้งยอด ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เชื่อว่าหลาย ๆ ร้านเลือกใช้วิปครีมในการเป็นท็อปปิ้งบนเครื่องดื่ม เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ และในปัจจุบันนี้จะพบเห็นว่าหลาย ๆ ร้านก็มีวิปครีมล้วน บีบใส่ขวดขายให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นจุดขายที่ดีและยังทำให้ลูกค้าที่ชอบวิปครีมถูกใจสิ่งนี้

Advertisements

แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีวิปครีมขวดแบบสำเร็จรูปให้ใช้ แต่เชื่อว่าสำหรับร้านที่มีลูกค้าเข้าร้านจำนวนมากต่อวัน ต้องใช้วิปครีมในปริมาณที่เยอะ วิปครีมขวดสำเร็จรูปอาจจะทำให้เสียต้นทุนเยอะ ก็คงอยากที่จะทำวิปครีมเอง เพราะช่วยลดต้นทุนได้มากขึ้น แถมยังได้ในปริมาณที่มาก นอกจากนำไปท็อปปิ้งบนเครื่องดื่มแล้ว ก็ยังสามารถที่จะนำไปท็อปปิ้งบนเบเกอร์รี่ บนเค้ก หรืออื่น ๆ ได้ตามความต้องการ รวมไปถึงยังสามารถแต่งกลิ่น รสชาติได้ตามใจชอบ 

สำหรับวันนี้เราจึงมาแนะนำตัวช่วยในสำหรับ วิธีตีวิปครีมให้ตั้งยอด อยู่ตัวละลายช้า กับใครที่อยากจะตีวิปครีมเอง ซึ่งจะทำให้การตีวิปครีมของคุณง่ายยิ่งขึ้น หมดปัญหาในเรื่องของการตีวิปครีมไปเลย พร้อมแล้วลองมาศึกษาไปด้วยกันเลย 

วิธีตีวิปครีมให้ตั้งยอด วิธีตีวิปครีมแบบฉบับมืออาชีพ มือโปร

6 ตัวช่วย วิธีตีวิปครีมให้ตั้งยอด

1. เจลาติน

ตัวช่วยที่ดีเชื่อว่าหลาย ๆ ร้านที่ตีวิปครีมเองเลือกใช้อย่างแน่นอน เพราะเจลาตินเป็นโปรตีนที่ดูดน้ำได้ และจะเซ็ตตัวเมื่ออุณหภูมิต่ำ จึงเป็นตัวช่วยทำให้วิปครีมเซ็ตตัวได้ดีขึ้น โดยปริมาณที่แนะนำใช้อยู่ที่ 2-3 กรัม ต่อวิปครีม 150 กรัม ถือเป็นตัวช่วยที่ดี หาซื้อง่าย และราคาถูก

2. แป้งมัน หรือแป้งข้าวโพด

อีกหนึ่งตัวช่วยที่หาซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้านค้าทั่วไป แถมมีราคาที่ถูก และเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงเลือกใช้ เพราะจะช่วยให้ตัววิปครีมเซ็ตตัวได้ง่ายขึ้น ไม่ละลายไว ปริมาณที่แนะนำให้ใช้คือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อวิปครีม 250 กรัม

3. น้ำตาลไอซิ่ง

เชื่อว่าคงรู้จักกันอยู่แล้ว เพราะหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับผงสีขาว ๆ ที่โรยบนขนมปัง ซึ่งบอกเลยว่าสามารถนำมาเป็นส่วนผสมทำวิปครีมได้ เพราะในน้ำตาลไอซิ่ง มีส่วนผสมของแป้งมันหรือแป้งข้าวโพดเป็นส่วนประกอบอยู่เพียงเล็กน้อยประมาณ 5% เพื่อเป็นการป้องกันการเกาะตัวกันของน้ำตาล โดยปริมาณที่แนะนำให้ใช้จะอยู่ที่ 3 ช้อนโต๊ะ ต่อวิปครีม 250 กรัม (หากใช้น้ำตาลไอซิ่ง จะทำให้วิปครีมมีรสสัมผัสที่ไม่นุ่มลิ้นเท่าที่ควร)

4. ผงคัสตาร์ด

คัสตาร์ด ชื่อนี้เราคงจะคุ้นเคยกับครีมที่สอดไส้ในขนม แต่จริง ๆ ผงคัสตาร์ดนั้นมีส่วนประกอบของแป้งข้าวโพดเป็นหลัก จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้วิปครีมคงรูปร่างได้ดี แถมยังเป็นตัวช่วยที่หาซื้อได้ง่าย ตามร้านขายอุปกรณ์ขนม เบเกอร์รี่ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป ปริมาณที่แนะนำใช้จะอยู่ที่ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อวิปครีม 250 กรัม   

5. นมผง

ตัวช่วยที่จะทำให้วิปครีมมีกลิ่นหอมนม และช่วยเพิ่มอรรถรสให้เครื่องดื่มน่าลิ้มลองมากยิ่งขึ้น ซึ่งนมผงเป็นสิ่งที่หาซื้อง่ายไม่แพ้ตัวช่วยอื่น ๆ ตามร้านค้า ห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยแนะนำปริมาณที่ใช้อยู่ที่ 1 ช้อนโต๊ะต่อวิปครีม 250 กรัม

6. ช็อคโกแลต

สิ่งที่ให้รสชาติของขนม เบเกอร์รี่ หรือแม้แต่เครื่องดื่มอร่อย เชื่อว่ายังเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน และยังสามารถที่จะนำมาใช้เป็นส่วนผสมของวิปครีมได้ โดยสามารถที่จะเลือกใช้ได้ทั้งดาร์กช็อคโกแลต  และไวท์ช็อคโกแลต ที่จะช่วยให้วิปครีมคงตัวได้ดี หากใครที่เลือกใช้ตัวดาร์กก็จะทำให้ได้รสชาติและสีของวิปครีมที่แตกต่างออกไปจากเดิมได้อีก ช่วยเพิ่มความอร่อยของเครื่องดื่มได้มากขึ้น สำหรับปริมาณที่แนะนำให้ใช้จะอยู่ที่ 30 กรัม ต่อวิปครีม 150 กรัม  

Advertisements
วิธีตีวิปครีมให้สวยงาม แบบมืออาชีพ

เป็นยังไงกันบ้างกับตัวช่วยในการตีวิปครีมให้คงตัวได้นานยิ่งขึ้น ใครที่อยากจะทดลองตีวิปครีมด้วยตนเองก็สามารถเลือกตัวช่วยที่เรานำมาฝากกันนี้ไปลองทำกันได้เลย ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ และหาซื้อได้ง่าย สะดวก แต่ทั้งนี้แม้ว่าการเพิ่มตัวช่วยในการตีวิปครีมอยู่ตัวได้นานขึ้นนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่ทำให้วิปครีมละลาย เพราะจริง ๆ เมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่สูง ประมาณ 30-35 องศาเซสเซียส ก็จะทำให้วิปครีมเริ่มละลายได้ ดังนั้นเมื่อตีวิปครีมเสร็จแล้ว ควรเก็บวิปครีมไว้ในที่อุณหภูมิต่ำอยู่ตลอดเวลา 

ทั้งนี้สำหรับใครที่อยากจะเริ่มตีวิปครีมเอง ก็สามารถคลิกดูวิธีตีวิปครีมกล่องได้เลย ซึ่งทำได้ง่ายมาก ๆ เพราะใช้ส่วนผสมแค่อย่างเดียว รวมไปถึงสามารถที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระบอกวิปครีม คลิกดู เพื่อเป็นตัวเลือกในการนำไปใช้งาน และสะดวกต่อการใช้งานต่อการเก็บรักษาอีกด้วย 

วิปปิ้งครีมมีไขมันทรานส์หรือไม่

วิปปิ้งครีม เมนูโปรดของใครหลายคน! แต่ความหวานมันนุ่มฟูนี้ มี “ไขมันทรานส์” ซ่อนอยู่ไหมนะ? มาทำความเข้าใจกันให้กระจ่างชัด

วิปปิ้งครีมมีไขมันทรานส์หรือไม่

ไขมันทรานส์คืออะไร? ทำไมต้องระวัง?

ไขมันทรานส์ส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการ “เติมไฮโดรเจนบางส่วน” ลงในน้ำมันพืช ทำให้ไขมันจากของเหลวกลายเป็นกึ่งแข็ง เพื่อให้เก็บรักษาง่ายขึ้นและทนความร้อน อันตรายต่อสุขภาพของไขมันทรานส์ เพิ่มไขมันเลว (LDL), ลดไขมันดี (HDL), เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

วิปครีมมีไขมันทรานส์หรือไม่ ดูตามประเภทของวิปครีม

1. วิปปิ้งครีมแท้ (Dairy Whipping Cream)

แหล่งที่มา

ทำจากไขมันนมโคแท้ๆ (Dairy Fat)

มีไขมันทรานส์ไหม

  • โดยธรรมชาติ “มี” ไขมันทรานส์ในปริมาณน้อยมาก (จากกระบวนการย่อยของสัตว์เคี้ยวเอื้อง) ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • “ไม่มี” ไขมันทรานส์ที่เกิดจากกระบวนการเติมไฮโดรเจน (ซึ่งเป็นชนิดที่อันตราย)

ข้อดี

ให้รสชาติและกลิ่นนมแท้ๆ หอมมันเป็นธรรมชาติ

ข้อควรระวัง

มีไขมันอิ่มตัวสูง (ควรบริโภคพอประมาณ)

2. วิปปิ้งครีมเทียม (Non-Dairy/Compound Whipping Cream)

แหล่งที่มา

ทำจากไขมันพืชเป็นหลัก (เช่น น้ำมันปาล์ม) อาจมีส่วนผสมของนมเล็กน้อย

มีไขมันทรานส์ไหม

  • “ในอดีต อาจมี” หากผลิตจากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oils – PHOs)
  • “ปัจจุบัน ไทยห้ามผลิต/นำเข้า/จำหน่าย PHOs แล้ว”
    ตามกฎหมายไทย (ประกาศ สธ. พ.ศ. 2561) ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน และอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันชนิดนี้
    – ดังนั้นวิปปิ้งครีมเทียมที่ผลิตในไทยส่วนใหญ่จึงไม่มีไขมันทรานส์จากกระบวนการอุตสาหกรรมแล้ว

ข้อดี

ราคาประหยัดกว่า, เก็บง่ายกว่า, เป็นทางเลือกสำหรับผู้แพ้นมวัว (ต้องเช็คส่วนผสม)

ข้อควรระวัง

แม้ไม่มีไขมันทรานส์จากอุตสาหกรรม ก็ยังมีไขมันอิ่มตัวสูง และมักมีน้ำตาล/โซเดียมสูงกว่า (อ่านฉลากโภชนาการ)

สรุปให้กระจ่าง

วิปปิ้งครีมแท้ มีไขมันทรานส์ธรรมชาติ (น้อยมาก) ไม่อันตราย

วิปปิ้งครีมเทียม ไม่มีไขมันทรานส์ ที่มาจากการผลิตแบบอันตราย ตามกฎหมายของประเทศไทยในปัจจุบัน

เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีตีวิปครีมที่ให้อยู่ตัว ละลายช้ากันแล้ว สิ่งที่สำคัญสำหรับการเปิดร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่มนั้นก็ไม่ควรมองข้ามในเรื่องของรสชาติเครื่องดื่ม เพราะเครื่องดื่มรสชาติดีจะช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้อย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มีโปรโมชั่น ดังนั้นควรที่จะเลือกใช้วัตถุดิบหลักใบชาเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ อย่างสินค้าของโรงคั่วชา bluemocha ที่เลือกใช้ยอดใบชาที่ดี นำมาผ่านกระบวนการผลิตแบบพิเศษ จนได้ใบชาที่มีกลิ่นหอม ให้รสชาติเข้มข้น ชงแล้วได้เครื่องดื่มสีสันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวพรีเมียม ชาแดงโบราณ ผงโกโก้ ผงมัทฉะ กาแฟโบราณ ชาไต้หวัน เป็นต้น 

นอกจากใบชาคุณภาพดีที่ช่วยชูรสชาติเครื่องดื่มให้อร่อยกลมกล่อมแล้ว ทางเราก็ยังมีสูตรชงเครื่องดื่มมากมาย คลิกดู ไม่ว่าจะเป็น เมนูเครื่องดื่มโบราณ เมนูน้ำบ๊วย เมนูชาไทยสุดอร่อย รวมไปถึงสูตรชงเครื่องดื่มแก้วเล็ก 12 ออนซ์ สามารถที่จะนำไปปรับใช้ นำไปทำตาม เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าได้เลือกดื่มกัน หรือสำหรับใครที่อยากจะได้เทคนิคต่าง ๆ เกี่ยวกับร้านกาแฟ ร้านชาไข่มุก ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการทำโปรโมชั่น เทคนิคการชงชา เทคนิคการต้มชา และอื่น ๆ  ก็คลิกดูบทความของเราได้เลย 

สินค้าอื่น ๆ

ดูเพิ่มเติม <<

Similar Posts