กาแฟอาราบิก้า (Arabica)

กาแฟอาราบิก้า และ กาแฟโรบัสต้า แตกต่างกันอย่างไร ? 

กาแฟอาราบิก้า (Arabica) กาแฟโรบัสต้า (Robusta) เมล็ดกาแฟ 2 สายพันธุ์ยอดนิยม ที่ทุกร้านกาแฟต้องเลือกใช้สำหรับชงเมนูเครื่องดื่มกาแฟให้กับลูกค้า ทั้งยังได้รับความนิยมทั่วโลก ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเอกลักษณ์ของกลิ่น รสชาติ ที่ต่างกันออกไป กาแฟนับว่าเป็นเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตของคนทั่วโลก ที่สามารถเลือกดื่มได้ทั้งเมนูร้อน เมนูเย็น รวมไปถึงยังสามารถเลือกดื่มได้ทั้งแบบกาแฟสด กาแฟสำเร็จรูป จะเลือกการชงแบบเครื่องชงกาแฟ หม้อต้ม Moka pot ถุงกรอง และชงแบบอื่น ๆ ก็ทำได้ ที่สำคัญกาแฟยังสามารถนำไปชงเป็นเมนูได้มากมาย โดยเฉพาะเมนูกาแฟที่ขายดี อย่าง เอสเพรสโซ ลาเต้อเมริกาโน่ มอคค่า โอเลี้ยง เป็นต้น

Advertisements

ซึ่งวันนี้บอกเลยว่าสำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ หรือแม้แต่ใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ ทาง bluemocha เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์เมล็ดกาแฟที่ร้านกาแฟนิยมใช้กันมากที่สุดมาฝากกัน สามารถศึกษาเพื่อไปประกอบกิจการร้านของคุณได้เลย 

กาแฟอาราบิก้า คือ เมล็ดกาแฟสายพันธุ์นี้ถือว่าเป็นพันธุ์กาแฟที่ถูกค้นพบ และมีการปลูกมาอย่างยาวนาน ซึ่งพื้นที่สำหรับปลูกควรต้องเป็นพื้นที่สูง อากาศเย็น ส่วนใหญ่จึงต้องปลูกบนพื้นที่เหนือขึ้นไปจากระดับน้ำของทะเลประมาณ 800 – 1,000 เมตร เพราะจะทำให้เจริญเติบโตได้ดี ออกผลผลิตที่มีคุณภาพได้ มีขนาดความสูงของต้นอยู่ที่ 2.5-4.5 เมตร จึงพบเห็นได้ว่ากาแฟอาราบิก้านี้ปลูกมากที่สุดในแถบจังหวัดภาคเหนือของไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย เป็นต้น เมื่อปลูกในสภาวะแวดล้อมที่เย็นสดชื่นตลอดเวลา จึงทำให้กาแฟพันธุ์นี้มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ชงแล้วได้รสชาติที่กลมกล่อม และมีปริมาณคาเฟอีนไม่ถึง 2% นับว่ามีคาเฟอีนที่น้อยมาก ๆ และที่สำคัญยังเป็นที่นิยมใช้กันมากทั่วโลกกว่า 80% เลยก็ว่าได้

กาแฟโรบัสต้า คือ สายพันธุ์กาแฟที่ได้รับความนิยม เฉลี่ยอยู่ที่ 20% รองลงมาจากกาแฟอาราบิก้า และใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกต่างกัน โดยจะเหมาะกับพื้นที่ต่ำ อากาศชุ่มชื้น ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500-600 เมตร มีขนาดความสูงของต้นอยู่ที่ 4.5-6.5 เมตร จึงจะพบเห็นว่านิยมปลูกในแถบจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย อย่าง จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง ซึ่งกาแฟโรบัสต้านี้ จะมีกลิ่นหอมที่น้อย แถมให้รสชาติที่เข้มข้น และออกรสขม ทั้งยังมีปริมาณคาเฟอีนมากกว่า 2% ขึ้นไป จึงเหมาะสำหรับนำไปทำเป็นกาแฟสำเร็จรูป 

กาแฟอาราบิก้า (Arabica)

ความแตกต่างของกาแฟโรบัสต้า VS กาแฟอาราบิก้า

  • พื้นที่เพาะปลูก

อาราบิก้า : นิยมปลูกบนพื้นที่สูง อุณหภูมิต่ำ จึงต้องปลูกบนพื้นที่เหนือขึ้นไปจากระดับน้ำของทะเลประมาณ 800 – 1,000 เมตร หรือในแถบจังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย
โรบัสต้า : มักจะปลูกในพื้นที่ต่ำ ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500-600 เมตร จึงนิยมปลูกในแถบจังหวัดภาคใต้ของไทย

  • รูปทรง 

อาราบิก้า : มีลักษณะของเมล็ดที่เป็นวงรีค่อนข้างเรียวยาว และมีส่วนเส้นผ่าตรงกลางที่คล้ายกับรูปตัว S ในภาษาอังกฤษ 
โรบัสต้า : มีลักษณะของเมล็ดที่เป็นทรงวงกลม ขนาดเล็กกว่า เส้นผ่าตรงกลางจะเป็นเส้นตรง

Advertisements
  • กลิ่นและรสชาติ

อาราบิก้า : ขึ้นชื่อเรื่องของกาแฟที่กลิ่นหอม อร่อยกลมกล่อม มีความหวานละมุน จึงเหมาะสำหรับนำไปชงเป็นเมนูกาแฟสด และดื่มง่าย
โรบัสต้า : กาแฟที่ให้ความเข้มข้น รสชาติออกขม มีความหนักของกาแฟมาก ๆ จึงไม่นิยมชงขายตามร้านกาแฟทั่วไป แต่เหมาะสำหรับทำกาแฟสำเร็จรูป

  • สารอาหาร

อาราบิก้า : มีความหวานละมุนชัดเจน จึงมีน้ำตาลที่ค่อนข้างสูง รวมไปถึงยังมีกรดที่สูงจึงให้กาแฟจึงรสเปรี้ยวเล็กน้อย แต่มีคาเฟอีนและบอดี้ที่ที่ต่ำมาก ๆ
โรบัสต้า :  ด้วยรสชาติที่เข้มมากจึงทำให้มีคาเฟอีนและบอดี้ที่สูง แต่มีน้ำตาล รวมไปถึงกรดที่น้อย จึงมีรสหวานและความเปรี้ยวไม่มาก 

  • ราคา

อาราบิก้า : มีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะให้ผลผลิตที่น้อย แถมไม่ทนต่อโรคพืชต่าง ๆ และสภาพอากาศ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง 
โรบัสต้า : มีราคาถูก ต้นทุนต่ำ เพราะสามารถเพาะปลูกง่าย ทั้งยังทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และทนต่อโรคพืช แถมยังให้ผลผลิตที่เยอะ

กาแฟอาราบิก้า (Arabica)

สรุปแล้วเมล็ดกาแฟอาราบิก้ากับเมล็ดกาแฟโรบัสต้าต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่การเพาะ อาราบิก้านิยมปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ มีรูปทรงรี และโรบัสต้านิยมปลูกพื้นที่ภาคใต้จะมีรูปทรงกลม เมื่อสภาพแวดล้อม อุณหภูมิต่างกันจึงส่งให้ผลผลิตได้มากน้อยไม่เท่ากัน ทั้งยังมีกลิ่นหอม รสชาติของความเข้มข้น ความหวาน ความเปรี้ยวที่ต่างกันอย่างชัดเจน กาแฟอาราบิก้าที่มีความละมุนจึงถูกใช้เป็นตัวเลือกของบรรดาเหล่าร้านกาแฟ คาเฟ่ต่าง ๆ แต่กาแฟโรบัสต้าที่มีความเข้มมากจะถูกนำไปแปรรูปเป็นกาแฟสำเร็จรูปนั่นเอง

กาแฟแม้จะเป็นเมนูเครื่องดื่มยอดฮิต หาซื้อดื่มหรือจะเปิดร้านขายกันก็สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่กว่าจะมาเป็นเมนูกาแฟหนึ่งแก้วก็นับว่ามีความซับซ้อนมากพอสมควร ดังนั้น เมื่อรู้จักชนิดเมล็ดกาแฟกันว่าต่างกันยังไงนั้น บอกเลยว่าทางเราก็ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟอีกเยอะแยะ ทั้งระดับการคั่วเมล็ดกาแฟ 3 ระดับ การรู้จักเลือกใช้ขวดโหล รู้จักวิธีรักษากลิ่นและรสชาติของกาแฟ ความต่างของกาแฟดำและโอเลี้ยง ความต่างของกาแฟสดกับกาแฟสำเร็จรูป ตลอดจนไปถึงเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดเมล็ดกาแฟ และข้อมูลที่เกี่ยวกับเมล็ดกาแฟอีกมากมาย

ทั้งนี้เองการเปิดร้านกาแฟ ไม่เพียงแต่ควรที่จะมีเมนูกาแฟเท่านั้น เพื่อเป็นการดึงดูด และเอาใจลูกค้าคนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟเข้าร้าน ทางร้านเองก็ควรที่จะมีเมนูชานม ชาผลไม้ เมนูสมูทตี้ เป็นเมนูในร้านอีกด้วย  ซึ่งสามารถเลือกซื้อเลือกใช้ใบชาของโรงคั่วชา bluemocha ได้เลย เพราะมีใบชาเยอะมากกว่า 30 รายการ เช่น ชาเขียวพรีเมียมหอมเข้มข้น ชาเขียวกลิ่นมะลิ  ชาแดงพรีเมียมสำหรับชงชาไทย ชามะนาว ชาไต้หวันพรีเมียมชงชานมไข่มุก ชานมไต้หวัน ผงโกโก้เข้มข้น ผงมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น แม้แต่ชาผลไม้ ชาดอกไม้ อย่าง ชาพีช ชาเบอร์รี่ ชาสด ชาอัญชัน ชากุหลาบ เป็นต้น 

ไม่เพียงเท่านี้ ทางเรายังมีเคล็ดลับดี ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับร้านกาแฟ ร้านชาไข่มุกตั้งแต่การเลือกซื้ออุปกรณ์ร้านกาแฟ วัตถุดิบที่ร้านชาไข่มุกต้องมี การทำเบสชา โกโก้ผสม
นมผสม การชงชาแบบลิตร กาแฟโบราณแบบลิตร แนะนำร้านขายขวดถูกๆ เทคนิคการเพิ่มยอดขายต่าง ๆ ทั้งการขายผ่านบริการ Food Delivery ขายผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ขายแบบชาขวด หรืออยากจะได้สูตรชงเมนูเครื่องดื่ม เราก็มีสูตรชงพร้อมวิธีทำมากมาย อย่าง นมหมีโกโก้ ชาเขียวนมชมพู ชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว ชาถุงกระดาษ นมเปรี้ยวปีโป้ปั่น
โกโก้ปั่นภูเขาไฟ ฯลฯ ซึ่งสามารถนำสูตรชงเมนูต่าง ๆ ของเราไปทำตามกันได้ ชงขายเพิ่มกำไรให้กับร้านของคุณได้เลย 

สินค้าอื่นๆ

Similar Posts